📖 บทที่ 172: ผู้บ่มเพาะผู้อดทนและผู้บ่มเพาะแห่งความสุข

← รายการบท

บทที่ 172: ผู้บ่มเพาะผู้อดทนและผู้บ่มเพาะแห่งความสุข

"สิ่งที่คุณทำกับฉันมันเหมือนรางวัลมากกว่าการลงโทษนะ" ไธร่าพึมพำพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ที่แฝงความเดือดดาลอยู่บนใบหน้า

"อ๋อจริงเหรอ?" ทันใดนั้นนักซ์ก็หันกลับมา แล้วมองไธร่า จากนั้นเขาขยับตัวเล็กน้อยแล้วโอบกอดเธอจากด้านหน้า

หน้าอกของเธอแนบชิดกับหน้าอกของนักซ์ ขณะที่แท่งของนักซ์สัมผัสกับต้นขาของไธร่า

บรรยากาศเริ่มร้อนขึ้นอีกครั้ง หัวใจของไธร่าเต้นแรงจนแทบข้ามจังหวะ

'หืม?' แต่ทันใดนั้น ไธร่าก็สังเกตเห็นบางอย่าง

'เขามีพลังเหลือมากขนาดนี้ได้ยังไง? อีกสักครู่ก่อนไม่เหนื่อยเหรอ?'

เธอขมวดคิ้ว

จากนั้นเธอหรี่ตาลง และไม่นานตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นระดับการบ่มเพาะของนักซ์

"ค—คุณพังทลายขีดจำกัดแล้ว!?"

"เฮ้" รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนใบหน้านักซ์ขณะที่เขาตอบ

"ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณนะ มือสังหารที่น่ารักของผม"

"ค—ความสามารถนี้มันเหลวไหลจริงๆ..."

ไธร่าพึมพำด้วยความตื่นตรึม

นักซ์เคยบอกวิธีการบ่มเพาะของเขากับเธอไปแล้ว และถึงตอนนั้นเธอจะพยักหน้าก็ตาม แต่เธอไม่ได้เชื่อจริงๆ สักเท่าไหร่

จะโทษเธอก็ไม่ได้หรอก เพราะความสามารถของนักซ์ที่บ่มเพาะไปพร้อมกับการเย็ดมันฝืนสามัญสำนึกของโลกนี้โดยสิ้นเชิง ถ้าไม่ได้สัมผัสกับตัวเองคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อหรอก

"ค—ความสามารถของคุณมันเพิกเฉยความม—มานะพยายามที่ฉันทุ่มเทมาทั้งหมดเลย..." ไธร่าพึมพำ

เธอไม่รู้ว่าควรเศร้าหรือดีใจดี

ควรดีใจก็เพราะผู้ชายของเธอมีความสามารถที่น่ามหัศจรรย์แบบนี้ซึ่งต่อไปจะเป็นประโยชน์กับเธอด้วย แต่เธอก็ช่วยไม่ได้ที่รู้สึกแย่เมื่อนึกได้ว่าความมานะพยายามที่เธอทุ่มเทมาตลอดหลายปีมันแทบไร้ความหมายเมื่อเทียบกับคนแบบนักซ์

แล้วการทุ่มเทอย่างหนักขนาดนั้นเพื่ออะไร?

เธอช่วยไม่ได้ที่คิดแบบนั้น

นักซ์ก็เข้าใจความคิดของเธอเช่นกัน

ความสามารถของเขามันเหลวไหลจริงๆ แต่ก็มีข้อแม่

"คุณไม่ได้ทุ่มเต็มมานะมานานขนาดนั้นเปล่าหรอก ไธร่า" ทันใดนั้นนักซ์ก็พึมพำ

"หมายความยังไง? มันจะไม่ไร้ประโยชน์เหรอเมื่อเฟลเบอร์ตา สไกล่า เลน เอดด้า และอัลลูร่าก้าวขึ้นเป็นผู้บ่มเพาะระดับ Grand Master เหมือนกัน?

คุณไม่เป็นไรหรอก แต่มันไม่รู้สึกดีเลยเวลาที่คนอื่นเก็บเกี่ยวผลจากความมานะของฉันนะ..." ไธร่าพูดสิ่งที่กวนใจเธอที่สุดออกมาในที่สุด

"ฉัน—ฉันเห็นแก่ตัวมั้ยที่พูดแบบนั้น...?" และทันทีที่พูดจบ เธอก็ถามติด

สิ่งสุดท้ายที่เธออยากให้เกิดคือนักซ์คิดว่าเธอเห็นแก่ตัวแล้วเกลียดเธอ...

แต่ไม่ว่าอย่างไร...

เธอก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเวลาที่คนอื่นเก็บเกี่ยวผลจากความมานะพยายามที่เธอทุ่มเทมาทั้งหมด

"ความคิดแบบนั้นมันปกติสิ้นเชิง ไธร่า"

แล้วไธร่าก็รู้สึกว่าอ้อมกอดของนักซ์รอบตัวเธอแน่นขึ้น อารมณ์ของเธอเริ่มสงบลง...

ไม่รู้เพราะอะไร ตอนที่เธอได้ยินนักซ์บอกว่าการมีความคิดแบบนั้นเป็นเรื่องปกติ หัวใจของเธอก็สงบลง

"และอย่างที่ผมบอก ความมานะของคุณไม่ได้สูญเปล่านะ"

จากนั้นนักซ์ก็พูดต่อ แต่น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาก

"เป็นจริงที่ว่าไม่ช้าไม่นาน เฟลเบอร์ตาและคนอื่นๆ จะมีระดับการบ่มเพาะเท่ากับคุณ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเธอจะแข็งแกร่งเท่าคุณหรอก"

"หืม?"

"ครับ ผมไม่ได้โกหก

ทั้งหมดนี้เป็นทฤษฎีของผมเอง แต่ผมมั่นใจพอสมควรว่ามันถูกต้อง

ผมแบ่งผู้บ่มเพาะออกเป็นสองประเภท

ผู้บ่มเพาะผู้อดทน คือผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยการบ่มเพาะอย่างหนัก

และผู้บ่มเพาะแห่งความสุข คือผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งขึ้นด้วย อืม เย็ดน่ะ

คุณเป็นผู้บ่มเพาะผู้อดทน เฟลเบอร์ตาเป็นผู้บ่มเพาะแห่งความสุข

และตามทฤษฎีของผม ทั้งสองไม่เหมือนกัน

ผู้บ่มเพาะผู้อดทนจะแข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะแห่งความสุขถ้าอยู่ในระดับเดียวกัน"

สิ่งที่นักซ์พูดไม่ใช่แค่คำพูดเหลวไหลที่คิดขึ้นมาเพื่อปลอบใจไธร่าหรอกนะ

มันเป็นทฤษฎีจริงๆ ของเขา และเขาคิดทฤษฎีนี้ขึ้นมาหลังจากการสังเกต

ตอนนี้เฟลเบอร์ตาและเอดด้าอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ทุกครั้งที่ทั้งสองซ้อมต่อสู้กัน เอดด้าเป็นคนชนะเสมอ

ตอนแรกนักซ์คิดว่าเป็นเพราะทักษะและประสบการณ์ แต่ต่อมาเขาก็ให้ทั้งสองวิ่งระยะสั้นโดยไม่ใช้ทักษะ แล้วก็ให้ปล้ำแขนกัน

ทั้งสองกรณี เอดด้าเป็นฝ่ายชนะ

ความเร็วและพละกำลังของเธอสูงกว่าเฟลเบอร์ตา แม้ทั้งคู่จะอยู่ในระดับเดียวกันก็ตาม

ไม่ใช่แค่เฟลเบอร์ตากับเอดด้าเท่านั้นนะ

แม้แต่สไกล่าและเลนที่ตอนนี้เป็นผู้บ่มเพาะระดับ Master Stage ก็ยังแข็งแกร่งกว่าเฟลเบอร์ตา แต่อ่อนกว่าเอดด้า

เรื่องแปลกที่สุดคือ ตามสถานะที่ระบบแสดง สไกล่า เลน เฟลเบอร์ตา และเอดด้า ควรจะมีพละกำลังใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่จริงเลย

เพราะเรื่องนี้ นักซ์เริ่มคิดและในที่สุดก็ได้ทฤษฎีขึ้นมา

ผู้บ่มเพาะแห่งความสุขอ่อนกว่าผู้บ่มเพาะผู้อดทน

ระบบอาจไม่แสดงให้เห็น แต่มันเป็นความจริง

เหตุผลเดียวที่นักซ์แข็งแกร่งกว่าคนที่อยู่ในระดับการบ่มเพาะเดียวกันมากก็คือระบบของเขาอนุญาตให้บ่มเพาะทั้งกายและมานาไปพร้อมกัน

สถานะของเขาครอบคลุมสูงกว่าผู้บ่มเพาะที่อยู่ในระดับเดียวกัน

นั่นก็หมายความว่านักซ์จะไม่มีทางเอาชนะคนที่มีสถานะใกล้เคียงกับเขาได้

เหตุการณ์ที่เขาเผชิญกับสัตว์ระดับ 4 ดาวในถิ่นทุรกันดาร์เลือดตกเป็นตัวอย่างที่ดี

สัตว์ระดับ 4 ดาวอ่อนกว่าเขา แต่เขาก็ยังต้องออกแรงอย่างมากถึงจะเอาชนะได้

แน่นอนว่าประสบการณ์ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่นักซ์เชื่อจริงๆ ว่าประสบการณ์ไม่ใช่ปัจจัยเดียว

เหตุผลหลักคือนักซ์ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าที่ระบบแสดง

หรืออย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่นักซ์เชื่อ

เขาอยากทดสอบทฤษฎีให้แน่ใจ 100% แต่เขาไม่โง่พอที่จะไปท้าสู้คนที่มีสถานะเท่ากับเขาเพียงเพื่อทดสอบทฤษฎี

"แสดงว่าคุณกำลังบอกว่าฉันจะอ่อนกว่าผู้บ่มเพาะระดับ Expert Stage ปกติ ถ้าฉันก้าวขึ้นสู่ Expert Stage ด้วยการบ่มเพาะแห่งความสุขเหรอ?"

ทันใดนั้นไธร่าก็ถาม

"ผมไม่แน่ใจ 100% แต่มีโอกาสสูงมากว่ามันเป็นจริง" นักซ์พยักหน้า

ตาของไธร่าเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นขณะที่เธอตอบ

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะก้าวขึ้นสู่ Expert Stage ด้วยความพยายามของฉันเอง"