ในไม่ช้า รอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอัสตาเรีย
"ท่านนี่โง่จริงๆ"
เธอทบทวนอยู่ในใจ
เห็นท่าทางแบบนั้นของเธอ รอยยิ้มแบบปั่นป่วนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนักซ์ และเขาก็ถามว่า
"โอ้? รอยยิ้มสวยงามนั้นเป็นอะไร? ผมสัมผัสหัวใจท่านได้หรือเปล่า? ท่านพร้อมจะแต่งงานกับผมแล้วหรือ?"
"ใครจะยอมแต่งงานกับท่านกัน!? สัมผัสหัวใจอะไร ไม่มี! แถมท่านกำลังจีบย่าของภรรยาตัวเอง ท่านไม่รู้สึกอายบ้างเลยหรือ?"
อัสตาเรียโต้กลับ
ได้ยินคำเหล่านั้น ใบหน้าของอีเวนก็แดงก่ำ
การเห็นนักซ์จีบย่าของตนเองมันช่างอายจริงๆ
นักซ์มองไปที่อีเวนและรู้ว่าตัวเองอาจทำเกินไปหน่อยแล้ว เขาควรจะหยุดทำแบบนี้ต่อหน้าอีเวน…
'เฮ้อ นี่มันอายนิดหน่อยจริงๆ…
นี่แหละที่เขาเรียกว่าโอยาโคดอนหรือเปล่า?
ไม่ ผมกำลังไปไกลกว่านั้นอีกระดับหนึ่ง…
เฮ้อ คิดดูสิ ผมจะไปทำโอยาโคดอน พลัส โดยไม่ได้ลองโอยาโคดอนธรรมดาก่อนเลย ผมนี่เป็นอัจฉริยะจริงๆ'
นักซ์พยักหน้าให้ตัวเอง
แล้วเขาก็มองไปที่อัสตาเรียและพูดต่อว่า
"เช้อ คราวหน้าผมจะมาพบท่านคนเดียว"
"หะ-หา?"
อัสตาเรียไม่รู้จะพูดอะไร
"อีกอย่าง ผมคิดว่าผมเคยบอกท่านแล้ว อย่าเรียกตัวเองว่า 'ยาย' เฮ้อ แค่ดูตัวเองก่อนพูดอะไรแบบนั้นสิ
พูดตรงๆ ท่านนี่เป็นผู้หญิงคนแรกที่ชอบตะโกนว่า 'ฉันเป็นยายแก่!' ออกมาดังๆ ผมนึกว่าผู้หญิงชอบที่จะดูอ่อนเยาว์และทำตัวเป็นเด็ก
ดูเหมือนจะไม่ใช่ทุกคนสินะ…
ฮืมม์ อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นผู้หญิงแก่… นี่มันรสนิยมแปลกๆ จริงๆ…
แน่นอน ผมจะไม่ตัดสิน ผมยอมรับท่านในแบบที่ท่านเป็น"
นักซ์พยักหน้าต่อไปและพูดด้วยท่าทางจริงจัง
"ฉันไม่ได้อยากให้คนมองว่าเป็นผู้หญิงแก่!"
อัสตาเรียโต้กลับ
"ฮือ ดูไม่ออกเลยว่าไม่ใช่…" นักซ์พูด
อัสตาเรียมองนักซ์ที่มองเธอด้วยสีหน้าสงสัย แล้วเธอก็หันไปทางภรรยาของเขา แม้พวกเธอจะไม่ได้มองเธอด้วยสีหน้าแบบเดียวกับนักซ์ แต่อัสตาเรียก็ยังรู้สึกราวกับว่าพวกเธอกำลังตัดสินเธออยู่
"ฉันไม่มีรสนิยมแปลกๆ แบบนั้น!"
อัสตาเรียโต้กลับ
อามาย่าในทางกลับกัน มองนักซ์และเริ่มวิเคราะห์
การทำให้ผู้บำเพ็ญเวทระดับจักรพรรดิถึงกับอยู่ไม่เป็นท่าด้วยคำพูดเพียงเล็กน้อย…
นักซ์เก่งเรื่องคำพูดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หรือเป็นเรื่องที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมา?
ไม่ ตอนนี้เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อามาย่าก็ตระหนักว่า แม้นักซ์อาจจะไม่ใช่คนเก่งเรื่องการวางกลยุทธ์หรืออะไรพวกนั้น แต่เมื่อเป็นเรื่องผู้หญิง สมองของเขาจะทำงานราวกับสมองของอัจฉริยะ มักจะคิดไอเดียใหม่ๆ ที่สมบูรณ์แบบอย่างน่าขบขันออกมาเสมอ
รสนิยมแปลกๆ จริงๆ…
'หรือบางทีเขาอาจจะแค่เป็นคนโรคจิต'
อามาย่าคิดถึงความเป็นไปได้อีกอย่าง และเมื่อเห็นเขามองอัสตาเรียไปพลาดสนุกกับสีหน้าอยู่ไม่เป็นท่าของเธอ อามาย่าก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตน
'โรคจิตจริงๆ'
"ได้เลยได้เลย พอเถอะ ฉันดูไม่ไหวแล้วที่จะเห็นสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกำลังจีบสามีของฉัน"
ทันใดนั้น เอมเบอร์ก็ก้าวเข้ามา
"ส่วนไหนที่ดูเหมือนฉันเป็นฝ่ายจีบเขา!?"
อัสตาเรียโต้กลับ
เอมเบอร์แค่ยักไหล่ แล้วสีหน้าจริงจังก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเธอ
"ฉันว่าเรามานั่งกันเพื่อหารือเรื่องที่สำคัญกว่านี้"
ได้ยินคำเหล่านั้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป และสีหน้าจริงจังก็ปรากฏบนใบหน้าทุกคน
"อาณาจักรแผ่นดินทึบ…"
อีเวนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
นักซ์หันไปทางอัสตาเรียและพูดว่า
"ผมแจ้งเรื่องทั้งหมดนี้ไปแล้ว"
"โอ้? แล้วพวกเขาเสนออะไร?" อัสตาเรียถามกลับ
"ความร่วมมือ" ครั้งนี้อามาย่าเป็นคนตอบ
อัสตาเรียหันไปทางอามาย่าและเอียงหัวด้วยความสงสัย
"ความร่วมมือ?"
"ใช่ ถ้าเรื่องเกี่ยวข้องกับผู้บำเพ็ญเวทระดับจักรพรรดิ และแม้กระทั่งสัตว์ในตำนานนั้น ก็แสดงว่าเดิมพันสูงเกินไป พวกเราไม่สามารถรับมือคนเดียวได้ พวกเราต้องร่วมมือกับอาณาจักรอื่นและขอความช่วยเหลือจากพวกเขา หรือพูดให้ถูกจะเป็นความช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์ของพวกเขา"
อามาย่าอธิบาย
"แล้วพวกเราควรติดต่อใคร? สคาดิส์หรือ?" อัสตาเรียถาม
แต่อามาย่าส่ายหัว
"พวกเราไม่สามารถติดต่อสคาดิส์ได้ ฉันสงสัยว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้ และพวกเขาอาจไม่ได้อยู่ข้างพวกเรา"
"หมายความว่า?"
"มันเป็นแค่ข้อสงสัย แต่จากสิ่งที่แม่บอกฉัน ฉันคิดว่าลอร์ดอัมเลตุส ผู้พิทักษ์ของอาณาจักรสคาดิเป็นพวกเดียวกับอาณาจักรแผ่นดินทึบ"
อามาย่าตอบ และทันใดนั้นอัสตาเรียก็หรี่ตาลง
"แม่? หมายถึง…"
"ริโอน่า สคาดิ ใช่" อามาย่าพยักหน้า
"ท่านได้พบกับแม่ของท่านหรือ?"
"ฉันอยู่ที่อาณาจักรสคาดิมาหลายวันแล้ว ฉันกลับมาเมื่อวานนี้" อามาย่าตอบ
"แล้วแม่ของท่านบอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง?" อัสตาเรียถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจที่อามาย่าได้พบกับแม่ของตน
"ท่านไว้ใจริโอน่าได้ เธอไม่ใช่ศัตรูของพวกเรา แม้กระทั่งถือว่าเป็นพันธมิตรก็ได้ แต่เธอทำอะไรไม่ได้มากเพื่ะช่วยเรา เพราะผู้พิทักษ์ของอาณาจักรเธอกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่" นักซ์พูดขึ้น
อัสตาเรียหันไปทางนักซ์และถามว่า
"ดูเหมือนท่านจะมีความประทับใจดีต่อริโอน่า รอ… อย่าบอนว่า…"
อัสตาเรียเบิกตากว้างเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง
นักซ์ยกมือขึ้นและหยุดเธอกลางประโยค
"ไม่ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ โยนความคิดนั้นทิ้งลงร่องน้ำไปเลย ผมไม่ได้มาตามจีบริโอน่าหรอก แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่พิเศษก็ตาม"
"…"
"…"
ผู้หญิงทุกคนเงียบไป
แต่นักซ์ทำเหมือนไม่สังเกตเห็นความเงียบประหลาดและพูดต่อว่า
"แค่เชื่อผมในเรื่องนี้ ริโอน่าไม่ใช่ศัตรูของเรา เธอสามารถเป็นสายลับของเราได้ พออัมเลตุสเคลื่อนไหว เราจะได้รับข่าวทันที ท่านอาจคิดเธอเป็นสายลับได้"
"สายลับ…? ท่านไม่ได้คิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าเธอถูกจับได้หรือ?" อัสตาเรียถาม
"เธอจะไม่โดนจับหรอก ผมมั่นใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมส่งผู้บำเพ็ญเวทระดับราชาไปเป็นสายลับเพื่อเฝ้าระวังผู้บำเพ็ญเวทระดับจักรพรรดิ"
"หา? หมายความว่า?" อัสตาเรียขมวดคิ้ว
"แม่ทัพของอาณาจักรแผ่นดินทึบ ท่านรู้จักเขาไหม?"
"ได้ยินเรื่องเขามาบ้าง ใช่"
"เขาก็เป็นสายลับของผมเช่นกัน"
นักซ์เผยด้วยท่าทางเรียบเฉย