📖 บทที่ 241: นี่...ฉันอยากรู้...

← รายการบท

บทที่ 241: นี่...ฉันอยากรู้...

"นี่จะเป็นห้องของนายจากนี้ไป" ครูเอวานพึมพำพร้อมเปิดประตูห้อง

"โอววว~ ดูเจ๋งเนอะ ฉันอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ?" นักซ์พึมพำด้วยความตื่นตะลึ แม้ยังไม่ได้เข้าไปข้างในเขาก็รู้ว่านี่เป็นห้องที่ยอดเยี่ยมมาก

มันดีกว่าห้องที่เขาได้ตอนเป็นนักเรียนมาก

ก็เรื่องปกติอยู่แล้วล่ะ

ราชันวิทยาลัยเป็นที่ที่นักเรียนและครูอาศัยอยู่ด้วยกัน ก็เห็นได้ชัดว่าการปฏิบัติต่อครูกับการปฏิบัติต่อนักเรียนนั้นแตกต่างกันมาก

ตัวอย่างหนึ่งของความแตกต่างก็คือห้องที่ทั้งสองฝ่ายอาศัยอยู่

ถ้าห้องของนักเรียนเทียบได้กับห้องหรูที่สุดในคฤหาสน์ของบารอน ห้องของครูก็เทียบได้กับห้องหรูที่สุดในคฤหาสน์ของมาร์ควิส

ใช่ มันต่างกันมากขนาดนั้น!

ก็เข้าใจได้อยู่แล้ว นักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้บ่มเพาะระดับ Beginner หรือ Advance ส่วนครูนั้น ครูที่อ่อนที่สุดก็ยังเป็นผู้บ่มเพาะระดับ Grand Master ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต้องถูกปฏิบัติต่างกัน

ห้องที่นักซ์ได้รับตอนนี้เป็นห้องที่ครูเคยใช้อยู่ ก็เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องดีกว่าห้องเดิมของเขาหลายเท่า

"ใช่ นายอยู่ที่นี่ได้" ครูเอวานพึมพำ

"ครูเอวานแน่ใจจริงเหรอครับ? ผมแค่เป็นนักเรียน แถมเป็นสามัญชนอีก ครูแน่ใจว่าผมอยู่ในห้องหรูขนาดนี้ได้เหรอครับ?"

"นี่ก็เป็นห้องที่สร้างไว้ให้ครูอยู่นะครับ"

นักซ์ยังคงไม่แน่ใจ

ทันใดนั้นรอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏบนใบหน้าของครูเอวาน เธอถามกลับ

"นายรู้ชื่อเต็มของฉันไหม?"

"ก็รู้สิครับ คือเอวาน สกายฟอล—"

นักซ์หยุดพูดเมื่อเขาเริ่มรู้ตัว

"เอวาน สกายฟอล ใช่ไหมล่ะ 'สกายฟอล' เจ้าหญิงของอาณาจักรสายฟ้าตก การจัดแค่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนแบบฉันหรอก

แน่นอนว่าขุนนางส่วนใหญ่ แม้แต่ดยุคก็อาจจะจัดการเรื่องแบบนี้ในราชันวิทยาลัยไม่ได้ เพราะสถาบันไม่ยอมให้ขุนนางใช้อิทธิพลภายในนั่น แต่สุดท้ายแล้วสถาบันก็ยังเป็นของราชวงศ์อยู่ดี

ไม่มีทางหรอกที่พวกเขาจะห้ามฉันทำเรื่องเล็กๆ แบบนี้ได้ ก็เลิกกังวลไปได้เลย อยู่ได้อย่างสบายใจ"

แล้วสีหน้าของครูเอวานก็กลายเป็นจริงจัง เธอพึมพำ

"อย่างที่บอกไป ฉันจะปกป้องนาย"

"ขอบคุณครับ ครูเอวาน" นักซ์ก้มหัวแล้วกล่าวขอบคุณ

เอวานพยักหน้า แล้วชี้ไปที่ประตูห้องข้างๆ ห้องของนักซ์ พึมพำว่า

"นี่คือห้องของฉัน ถ้านายมีปัญหาอะไรก็มาหาฉันได้ แน่นอนว่าฉันเชื่อว่านายจะรักษามารยาทพื้นฐานและจะมาหาฉันเฉพาะเวลามีเรื่องด่วนจริงๆ ฉันไว้ใจนายได้นะใช่ไหม?"

"ครับครู!"

นักซ์ร้องออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า

ครั้งนี้เขามีความสุขจริงๆ

เอวานไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้เขาเลย นั่นแปลว่าเธอมองเขาในแง่ดี

นี่เป็นข่าวดีอย่างหนึ่ง

แน่นอนว่ามันไม่ได้แปลว่าเขาจะบุกไปในห้องเธอได้ตามใจอยาก เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดีไว้ ดังนั้นเขาต้องค่อยๆ ทำไป

แบบที่เขาทำเสมอ

ช้าแต่มั่นคงย่อมชนะในท้ายที่สุด

"เอาล่ะ ฉันยังมีงานต้องทำอยู่ ฉงต้องไปก่อนแล้ว นายเช็คห้องของนายเองหรือจะไปเข้าเรียนวิชาอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับนายเลย"

"ครับครู"

นักซ์พยักหัวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า แล้วครูเอวานก็จากไปในที่สุด

ปกติแล้วห้องเรียนของรุ่นอัจฉริยะทศวรรษที่สองต้องเข้าเรียนสี่วิชา แต่นอกจากวิชาของเอวานแล้ว วิชาที่เหลือล้วนสอนโดยครูผู้ชาย ดังนั้นนักซ์จึงไม่ได้ไปเข้าเรียนวิชาของพวกเขา

มันไม่ใช่ว่าเขาจะเรียนรู้อะไรได้จากคนที่อ่อนกว่าตัวเองหรอก

มันเป็นการเสียเวลาเปล่า

เวลาที่เขามีตอนนี้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่าดีกว่า

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนใบหน้าของนักซ์ขณะที่เดินออกไปหาเพื่อน

"รุ่นพี่มานย่า"

นักซ์โบกมือ

"โอ้ ไม่บอกแล้วเหรอว่าให้เรียกฉันว่ามานย่าก็พอ? เราก็อยู่ทศวรรษเดียวกันนี่~"

"ฮ่าฮ่าฮ่า~" นักซ์หัวเราะ

"งั้นะ? วันนี้เราจะเดินเที่ยวกันต่อเหรอ?"

"ก็แน่นอนสิ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า~ ดูเธอดู้มีความสุขจัง ไม่ทราบเพราะอะไรเนอะ"

"อะไร? มันเป็นเรื่องไม่ดีเหรอ?"

"ก็แน่นอนว่าไม่ใช่"

ทั้งคู่คุยกันแล้วก็เดินเที่ยวในสถาบันต่อไป

หลังจากนั้นรุ่นพี่มานย่าก็ไปปฏิบัติหน้าที่ของเธอ ส่วนนักซ์ก็ไปเที่ยวกับแอนนาและสาวๆ คนอื่นๆ

ไม่ใช่ว่าเขามาเสียเวลาเปล่านะ

ก็ออกไปกับสาวๆ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งนั่นแหละ

แต่เหตุผลหลักคือเขากำลังพยายามหาใครบางคน

แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามและใช้ [รับรู้] แค่ไหน ก็ไม่รู้ทำไมเขาถึงหาผู้อำนวยการของราชันวิทยาลัยไม่เจอ

นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารำคาญใจอยู่เล็กน้อย

ก็ไม่ใช่ว่าเขามาเดินเตร่อยู่แค่เพราะเหตุผลนี้เท่านั้นนะ

เขาต้องดูแลเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอาวีนา สกายฟอล เป็นต้น

แผนของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่...

'...อู๊ยย...น่าเบื่อจัง...' อัลลูร่าพึมพำขณะมองเพดานด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

'จิ๊ๆ โรคจิตจริง คิดไม่ถึงว่าเธอจะทำตัวแบบนี้ภายในวันเดียว...' เอ็ดดาสูดปาก

'อย่าทำเป็นว่าเธอดีกว่านะ...' อัลลูร่าบ่น

'พี่เอ็ดดา พี่ไม่ควรเรียกคนอื่นว่าโรคจิตนะ' สไกล่าพยักหัว

'จริงของเธอ ใครๆ ก็เรียกฉันว่าโรคจิตได้ แต่ไม่ใช่เธอ... ฉันคงฟังไม่ได้ถ้ามันออกมาจากปากเธอ...' เลนพยักหัวเห็นด้วยเช่นกัน

'เห็นไหม? สไกล่ากับเลนเขาเข้าใจ!' เห็นว่าทั้งสองคนสนับสนุนเธอ อัลลูร่าก็ยิ้ม

'จิ๊ๆ แล้วยังไงล่ะ? อย่างน้อยฉันก็ตรงไปตรงมากับความรู้สึกตัวเองนะ~' เห็นว่าทั้งสามคนร่วมมือกันต่อต้านเธอ เอ็ดดาก็สูดปาก

'จริงอยู่ การตรงไปตรงมากับความรู้สึกตัวเองดีกว่านอนแผ่อยู่บนเตียงไม่ทำอะไรเลยนะ' ไทร่าพึมพำ

แน่นอนว่าสาวๆ ทุกคนรู้ว่านี่เป็นการแดกดันอ้อมๆ ไปทางอัลลูร่า

'หึ! อย่างน้อยก็ดีกว่ามีหนั—เล็ก'

อัลลูร่าอยากจะใช้คำพูดไม้ลูกตัวของเธอตามปกติ แต่เธอก็เงียบไปเมื่อรู้ตัวว่าหนึ่งในสมาชิกทีมของเธอจะได้รับบาดเจ็บจากคำพูดนั้นด้วย

'นี่...พวกเธอเงียบได้ไหม ฉันยังทำงานอยู่นะ...' เฟลเบอร์ตาบ่น

'เธอรู้ว่าตัดการเชื่อมโทรจิตได้ใช่ไหม?' เอ็ดดาถาม

'...' เฟลเบอร์ตาเงียบไป

แน่นอนว่าเธอรู้อยู่แล้ว

แต่เธอกลัวว่าเธอจะพลาดเรื่องสนุกๆ ถ้าเธอทำแบบนั้น

'นี่...ฉันอยากรู้...' ทันใดนั้นเอ็ดดาพึมพำขึ้นมา

'อะไร?' อัลลูร่าถาม

'พวกเธอคิดยังไงกับการมีคนรักแปดคน?'