"นี่จะเป็นห้องของนายจากนี้ไป" ครูเอวานพึมพำพร้อมเปิดประตูห้อง
"โอววว~ ดูเจ๋งเนอะ ฉันอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ?" นักซ์พึมพำด้วยความตื่นตะลึ แม้ยังไม่ได้เข้าไปข้างในเขาก็รู้ว่านี่เป็นห้องที่ยอดเยี่ยมมาก
มันดีกว่าห้องที่เขาได้ตอนเป็นนักเรียนมาก
ก็เรื่องปกติอยู่แล้วล่ะ
ราชันวิทยาลัยเป็นที่ที่นักเรียนและครูอาศัยอยู่ด้วยกัน ก็เห็นได้ชัดว่าการปฏิบัติต่อครูกับการปฏิบัติต่อนักเรียนนั้นแตกต่างกันมาก
ตัวอย่างหนึ่งของความแตกต่างก็คือห้องที่ทั้งสองฝ่ายอาศัยอยู่
ถ้าห้องของนักเรียนเทียบได้กับห้องหรูที่สุดในคฤหาสน์ของบารอน ห้องของครูก็เทียบได้กับห้องหรูที่สุดในคฤหาสน์ของมาร์ควิส
ใช่ มันต่างกันมากขนาดนั้น!
ก็เข้าใจได้อยู่แล้ว นักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้บ่มเพาะระดับ Beginner หรือ Advance ส่วนครูนั้น ครูที่อ่อนที่สุดก็ยังเป็นผู้บ่มเพาะระดับ Grand Master ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายต้องถูกปฏิบัติต่างกัน
ห้องที่นักซ์ได้รับตอนนี้เป็นห้องที่ครูเคยใช้อยู่ ก็เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องดีกว่าห้องเดิมของเขาหลายเท่า
"ใช่ นายอยู่ที่นี่ได้" ครูเอวานพึมพำ
"ครูเอวานแน่ใจจริงเหรอครับ? ผมแค่เป็นนักเรียน แถมเป็นสามัญชนอีก ครูแน่ใจว่าผมอยู่ในห้องหรูขนาดนี้ได้เหรอครับ?"
"นี่ก็เป็นห้องที่สร้างไว้ให้ครูอยู่นะครับ"
นักซ์ยังคงไม่แน่ใจ
ทันใดนั้นรอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏบนใบหน้าของครูเอวาน เธอถามกลับ
"นายรู้ชื่อเต็มของฉันไหม?"
"ก็รู้สิครับ คือเอวาน สกายฟอล—"
นักซ์หยุดพูดเมื่อเขาเริ่มรู้ตัว
"เอวาน สกายฟอล ใช่ไหมล่ะ 'สกายฟอล' เจ้าหญิงของอาณาจักรสายฟ้าตก การจัดแค่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนแบบฉันหรอก
แน่นอนว่าขุนนางส่วนใหญ่ แม้แต่ดยุคก็อาจจะจัดการเรื่องแบบนี้ในราชันวิทยาลัยไม่ได้ เพราะสถาบันไม่ยอมให้ขุนนางใช้อิทธิพลภายในนั่น แต่สุดท้ายแล้วสถาบันก็ยังเป็นของราชวงศ์อยู่ดี
ไม่มีทางหรอกที่พวกเขาจะห้ามฉันทำเรื่องเล็กๆ แบบนี้ได้ ก็เลิกกังวลไปได้เลย อยู่ได้อย่างสบายใจ"
แล้วสีหน้าของครูเอวานก็กลายเป็นจริงจัง เธอพึมพำ
"อย่างที่บอกไป ฉันจะปกป้องนาย"
"ขอบคุณครับ ครูเอวาน" นักซ์ก้มหัวแล้วกล่าวขอบคุณ
เอวานพยักหน้า แล้วชี้ไปที่ประตูห้องข้างๆ ห้องของนักซ์ พึมพำว่า
"นี่คือห้องของฉัน ถ้านายมีปัญหาอะไรก็มาหาฉันได้ แน่นอนว่าฉันเชื่อว่านายจะรักษามารยาทพื้นฐานและจะมาหาฉันเฉพาะเวลามีเรื่องด่วนจริงๆ ฉันไว้ใจนายได้นะใช่ไหม?"
"ครับครู!"
นักซ์ร้องออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
ครั้งนี้เขามีความสุขจริงๆ
เอวานไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์อะไรให้เขาเลย นั่นแปลว่าเธอมองเขาในแง่ดี
นี่เป็นข่าวดีอย่างหนึ่ง
แน่นอนว่ามันไม่ได้แปลว่าเขาจะบุกไปในห้องเธอได้ตามใจอยาก เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดีไว้ ดังนั้นเขาต้องค่อยๆ ทำไป
แบบที่เขาทำเสมอ
ช้าแต่มั่นคงย่อมชนะในท้ายที่สุด
"เอาล่ะ ฉันยังมีงานต้องทำอยู่ ฉงต้องไปก่อนแล้ว นายเช็คห้องของนายเองหรือจะไปเข้าเรียนวิชาอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับนายเลย"
"ครับครู"
นักซ์พยักหัวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า แล้วครูเอวานก็จากไปในที่สุด
ปกติแล้วห้องเรียนของรุ่นอัจฉริยะทศวรรษที่สองต้องเข้าเรียนสี่วิชา แต่นอกจากวิชาของเอวานแล้ว วิชาที่เหลือล้วนสอนโดยครูผู้ชาย ดังนั้นนักซ์จึงไม่ได้ไปเข้าเรียนวิชาของพวกเขา
มันไม่ใช่ว่าเขาจะเรียนรู้อะไรได้จากคนที่อ่อนกว่าตัวเองหรอก
มันเป็นการเสียเวลาเปล่า
เวลาที่เขามีตอนนี้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่าดีกว่า
รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนใบหน้าของนักซ์ขณะที่เดินออกไปหาเพื่อน
"รุ่นพี่มานย่า"
นักซ์โบกมือ
"โอ้ ไม่บอกแล้วเหรอว่าให้เรียกฉันว่ามานย่าก็พอ? เราก็อยู่ทศวรรษเดียวกันนี่~"
"ฮ่าฮ่าฮ่า~" นักซ์หัวเราะ
"งั้นะ? วันนี้เราจะเดินเที่ยวกันต่อเหรอ?"
"ก็แน่นอนสิ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า~ ดูเธอดู้มีความสุขจัง ไม่ทราบเพราะอะไรเนอะ"
"อะไร? มันเป็นเรื่องไม่ดีเหรอ?"
"ก็แน่นอนว่าไม่ใช่"
ทั้งคู่คุยกันแล้วก็เดินเที่ยวในสถาบันต่อไป
หลังจากนั้นรุ่นพี่มานย่าก็ไปปฏิบัติหน้าที่ของเธอ ส่วนนักซ์ก็ไปเที่ยวกับแอนนาและสาวๆ คนอื่นๆ
ไม่ใช่ว่าเขามาเสียเวลาเปล่านะ
ก็ออกไปกับสาวๆ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งนั่นแหละ
แต่เหตุผลหลักคือเขากำลังพยายามหาใครบางคน
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามและใช้ [รับรู้] แค่ไหน ก็ไม่รู้ทำไมเขาถึงหาผู้อำนวยการของราชันวิทยาลัยไม่เจอ
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารำคาญใจอยู่เล็กน้อย
ก็ไม่ใช่ว่าเขามาเดินเตร่อยู่แค่เพราะเหตุผลนี้เท่านั้นนะ
เขาต้องดูแลเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอาวีนา สกายฟอล เป็นต้น
แผนของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่...
…
'...อู๊ยย...น่าเบื่อจัง...' อัลลูร่าพึมพำขณะมองเพดานด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
'จิ๊ๆ โรคจิตจริง คิดไม่ถึงว่าเธอจะทำตัวแบบนี้ภายในวันเดียว...' เอ็ดดาสูดปาก
'อย่าทำเป็นว่าเธอดีกว่านะ...' อัลลูร่าบ่น
'พี่เอ็ดดา พี่ไม่ควรเรียกคนอื่นว่าโรคจิตนะ' สไกล่าพยักหัว
'จริงของเธอ ใครๆ ก็เรียกฉันว่าโรคจิตได้ แต่ไม่ใช่เธอ... ฉันคงฟังไม่ได้ถ้ามันออกมาจากปากเธอ...' เลนพยักหัวเห็นด้วยเช่นกัน
'เห็นไหม? สไกล่ากับเลนเขาเข้าใจ!' เห็นว่าทั้งสองคนสนับสนุนเธอ อัลลูร่าก็ยิ้ม
'จิ๊ๆ แล้วยังไงล่ะ? อย่างน้อยฉันก็ตรงไปตรงมากับความรู้สึกตัวเองนะ~' เห็นว่าทั้งสามคนร่วมมือกันต่อต้านเธอ เอ็ดดาก็สูดปาก
'จริงอยู่ การตรงไปตรงมากับความรู้สึกตัวเองดีกว่านอนแผ่อยู่บนเตียงไม่ทำอะไรเลยนะ' ไทร่าพึมพำ
แน่นอนว่าสาวๆ ทุกคนรู้ว่านี่เป็นการแดกดันอ้อมๆ ไปทางอัลลูร่า
'หึ! อย่างน้อยก็ดีกว่ามีหนั—เล็ก'
อัลลูร่าอยากจะใช้คำพูดไม้ลูกตัวของเธอตามปกติ แต่เธอก็เงียบไปเมื่อรู้ตัวว่าหนึ่งในสมาชิกทีมของเธอจะได้รับบาดเจ็บจากคำพูดนั้นด้วย
'นี่...พวกเธอเงียบได้ไหม ฉันยังทำงานอยู่นะ...' เฟลเบอร์ตาบ่น
'เธอรู้ว่าตัดการเชื่อมโทรจิตได้ใช่ไหม?' เอ็ดดาถาม
'...' เฟลเบอร์ตาเงียบไป
แน่นอนว่าเธอรู้อยู่แล้ว
แต่เธอกลัวว่าเธอจะพลาดเรื่องสนุกๆ ถ้าเธอทำแบบนั้น
'นี่...ฉันอยากรู้...' ทันใดนั้นเอ็ดดาพึมพำขึ้นมา
'อะไร?' อัลลูร่าถาม
'พวกเธอคิดยังไงกับการมีคนรักแปดคน?'