หลังจัดการกับบูร์กี้เรียบร้อยแล้ว เฟลเบอร์ตาก็กลับเข้าห้องของนักซ์ราวกับว่ามันคือห้องของเธอ
ในนั้น เธอเห็นชายหนุ่มผิวสีดำตาสีทองนั่งอยู่บนเตียงพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
เฟลเบอร์ตาถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปหาชายคนนั้นก่อนจะนั่งลงบนตักเขาราวกับมันคือที่ของเธอโดยชอบธรรม
ชายคนนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เขากอดร่างกายที่เป็นผู้ใหญ่ของเธอจากด้านหลัง วางคางลงบนไหล่เธอแล้วกระซิบเบาๆ
"รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?"
"ฉันอยากทรมานเขาให้มากกว่านี้..." เฟลเบอร์ตาขมุบจมูก
"โอ้ C'mon พึ่งเริ่มต้นเองนะ ความเดือดร้อนจริงๆ ของเขาจะไม่เริ่มพรุ่งนี้เหรอ?
ก็เธอนั่นแหละที่อยากให้เรื่องดำเนินไปช้าที่สุด" นักซ์หัวเราะเบาๆ
รอยยิ้มเล็กๆ ที่โหดร้ายปรากฏบนใบหน้าของเฟลเบอร์ตาขณะที่เธอพยักหน้า
"ฉันรู้... นั่นล่ะที่ฉันอดกลั้นไว้ไม่ฆ่าเขา ฉันอยากให้เขาพรากชีวิตตัวเองด้วยมือของเขาเอง..."
"ชิๆ ผู้หญิงใจร้ายจัง~" นักซ์สูดจมูกพร้อมกับส่ายหัว ขณะเดียวกัน เขาก็ลูบท้องน้องเธอและจูบลงบนซอกคอ
"ฉันเป็นผู้หญิงใจร้ายและขี้หึงหยิ่ง งั้นระวังตัวไว้ด้วยนะ อย่าคิดทรยศฉันเป็นอันขาด" เฟลเบอร์ตาตอบ
"เฮ้ นึกว่าฉันจะปล่อยเธอไปงั้นเหรอ?" นักซ์ถามพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ
"เฟลเบอร์ตา อัลเวย์ ตอนที่เธอซื้อฉันมาเป็นของเล่นผู้ชาย ก็เป็นตอนที่เธอตกเข้าไปในกับดักที่หนีไม่พ้นของฉันแล้ว
ตอนนี้เธอหนีไม่ได้แล้วแม้จะอยากก็ตาม"
นักซ์กระซิบเบาๆ
เฟลเบอร์ตายิ้มขณะที่ความทรงจำหวานๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเล่นอยู่ในหัว แล้วเธอก็หัวเราะ
"ชิๆ ตอนที่เธอพูดติดอ่างและหน้าแดงตลอดเวลาน่ะน่ารักจะตาย"
"ฮ่าฮ่า~ ตอนที่เธอกระโดดเข้าอ้อมก้อมชายที่ซูบผอมเหมือนก้านไม้ก็น่ารักมากเหมือนกันนะ
ดูเหมือนลิงเลย~"
นักซ์ก็หัวเราะด้วย
"อู๊ยยย..." เฟลเบอร์ตาคราวออกมาอย่างหงุดหงิด
มือของนักซ์เลื่อนไปยังหน้าอกของเธอและ
"อานห์~"
เสียงคราหลุดออกจากปากของเฟลเบอร์ตา
"ไวต่อความรู้สึกจัง เจ้าโรคจิต"
"ฉันไม่อยากถูกเรียกแบบนั้น ยิ่งจากคนอย่างเธอด้วย เธอน่ะเป็นโรคจิตที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยเจอมาทั้งชีวิต" เฟลเบอร์ตาเถียง
"ชิๆ ฉันยังไม่โรคจิตเท่าเธอเลย เฟล
เธอโรคจิตขนาดนั่งบนตักพี่ชายของลูกตัวเอง"
"..."
ใบหน้าของเฟลเบอร์ตาแดงก่ำด้วยความอายและเธอไม่ตอบ
เธอไม่มีคำตอบจะตอบ
นักซ์สัมผัสได้ถึงความอายของเธอจึงหัวเราะ
"ไม่ต้องห่วง เขาจะเรียกฉันว่าพ่อเองเร็วๆ นี้"
หน้าของเฟลเบอร์ตาแดงยิ่งกว่าเดิม แล้วทันใดนักซ์กอดเธอแน่นขึ้นรอบเอวพร้อมกับ
"แต่ก่อนนั้น ฉันต้องพิสูจน์ก่อนว่าฉันจะเป็นพ่อของเขาได้"
พูดจบ นักซ์ก็ล้มลงบนเตียงพร้อมกับกอดเฟลเบอร์ตาไว้ในอ้อมแขน แล้วเขาก็กลิ้งทับเธอไว้ ก่อนที่เธอจะทันพูดอะไร เขาก็ประทับริมฝีปากที่งดงามของเธอ
"อานห์~~"
แล้วพวกเขาก็เริ่มกิจกรรมนั้น และคืนอันยาวนานก็ผ่านพรากไป
…
ศาลยุติธรรมหลวง ดังที่ชื่อบอก เป็นสถานที่ที่ผู้คนยื่นคำร้อง เริ่มคดี และกล่าวโทษผู้ที่ทำร้ายตน ผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษตามสมควร ส่วนเหยื่อจะได้รับการชดเชย
เอิร์ลบูร์กี้นั่งอยู่ในห้องรอของศาลยุติธรรมหลวง ความหยิ่งผยองบนใบหน้าของเขาถูกชะล้างไปจนหมด จากเสื้อผอื้อที่ยับยู่ยี่สามารถเห็นได้ว่าแขนของเขาถูกตัดขาด และจากที่ไม่มีใคคนมาเป็นเพื่อนแม้ในสภาพเช่นนี้ ก็พอเห็นได้ว่าเรื่องราวของเขาไม่ได้ดีเลย
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหลัก
"เฮ้ นาย เข้าไปข้างใน"
ทหารยามเดินเข้ามาในห้องรอแล้วชี้ไปที่ชายอีกคน ส่งสัญญาณให้เข้าไปข้างใน
เห็นเหตุการณ์นั้น บูร์กี้ขมวดคิ้วแล้วหันไปหาทหารยาม
"ฉันมาก่อนเขา"
ทหารยามหันมาที่บูร์กี้แล้วขมวดคิ้ว
"แล้วไง?"
"ไม่น่าจะให้ฉันเข้าไปก่อนเหรอ?" บูร์กี้ถาม
"ฉันจำได้ว่าเขามาก่อนนายนะ อย่าหลอกฉัน ฉันแล่มมาก
นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ลองอีกครั้งแล้ฉันจะเตะนายออกไป" ทหารยามเตือน บูร์กี้กัดฟันด้วยความโกรธ
นี่เป็นครั้งที่สิบที่เขาได้ยินบรรทัดเดิม
ใช่ เขาอยู่ที่นี่มาแล้ว 8 ชั่วโมง แต่เขาก็ไม่ถูกเลือกโดยทหารยามและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
แม้แต่คนที่มาทีหลังเขาก็เข้าไปในศาลและออกมาแล้ว
บูร์กี้กำมือแน่น — อ๊ะ เขาไม่มีมือให้กำแล้ว
บูร์กี้กัดฟันด้วยความโกรธขณะร่างกายเริ่มสั่น
ชัดเจนว่าทหารยามคนนี้แกล้งเขาโดยเจตนา
และปัญหาคือเขาทำอะไรไม่ได้ หลังเหตุการณ์เมื่อวาน พลังและสถานะที่เขามีถูกทำลายจนหมด
ผู้บ่มเพาะระดับ Master Stage สิบคนใต้บังคับบัญชาเขาตายหมด ผู้บ่มเพาะที่เขาส่งไปบ้านครุกก็ตาย และด้วยแขนที่ถูกตัดขาด เขาก็ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
มีอะไรอีกมากมายที่เขาทำได้ด้วยขาทั้งสองข้างนั่นแหละ
และทหารยามดูจะรู้สภาพของเขา จึงแกล้งเขาโดยเจตนา
เขาไม่รู้ว่าไอ้ตัวกวนที่แพร่ข่าวลือเรื่องเขาเร็วขนาดนี้เป็นใคร แต่มีอย่างหนึ่งที่แน่นอน
ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงและเขาทำอะไรไม่ได้
ตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะโกรธแค่ไหน ก็แค่ก้มหน้าต่อหน้าทหารยามผู้ต่ำต้อยคนนี้
"ได้โปรด ให้ฉันเข้าไปข้างในเถอะ มันเป็นเรื่องที่ฉันต้องทำ
ฉันขอร้อง"
เห็นขุนนางก้มหน้าต่อหน้าตัวเอง ทหารยามยิ้มเยาะ แต่แล้วสีหน้าเข้มงวดก็ปรากฏบนใบหน้าเขา
"ไอ้สัด! ก็บอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ!? นายจะเข้าไปข้างในตอนถึงคิวนายเอง รออยู่ตรงนี้ ไอ้หมา!"
ได้ยินคำตอบนั้น บูร์กี้ก็แน่ใจแล้ว ทหารยามไม่ได้แกล้งเขาแค่เล่นๆ แต่ถูกสั่งการมา
สั่งโดยศัตรูคนใดคนหนึ่งของเขา
บูร์กี้เริ่มคิดว่ามันจะเป็นใคร แต่
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ คนที่สั่งทหารยามไม่ใช่ขุนนางคนไหน
แต่เป็นศาลยุติธรรมหลวงเอง