นักซ์เพิ่งก้าวออกจากห้องเรียน หญิงสาวผมสีฟ้าคนคุ้นตาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
นักซ์หยุดชะงัก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของแคนดิซ
"แหม~ หนีไปไว้ชะมัดเลยนะ?"
แคนดิซเอ่ยปาก
"ดีใจมากเหรอที่ชนะฉัน จนต้องลาพักทั้งสัปดาห์เพื่อมาชื่นชมกับชัยชนะนั้น?"
ถึงจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยั่วให้โมโห แคนดิซกลับบรรลุเป้าหมายไม่ได้ ทางฝั่งตรงข้ามกลับมีรอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของนักซ์ขณะที่เขาทักทาย
"โย่~ ถ้าไม่ใช่ราชินีแห่งราชันวิทยาลัยที่หมดยุค
เป็นไงบ้างล่ะ?"
ใบหน้าแคนดิซกระตุกด้วยความรำคาญ
"นายพูดอะไรนะ!?" เธอถามเสียงขึงขัง
บอกไว้ก่อน ในช่วงไม่กี่วันมานี้ แคนดิซได้ชื่อเสียงกลับมาค่อนข้างเยอะ เพราะเธอได้กลายเป็นศิษย์์ส่วนตัวของอธิการบดีแห่งราชันวิทยาลัยแล้ว
แน่นอน นักซ์ไม่ได้สนใจเรื่องแบบนั้น
"หืม? ฉันตีนายแรงไปหน่อยเหรอ? หูเสียหายหรือเปล่า?" นักซ์ถามด้วยความเป็นห่วง
"นายกินโพชั่นรักษาหรือยัง หมอบอกยังไงบ้าง?"
ยิ่งเขาถามมากเท่าไหร่ ร่างของแคนดิซก็ยิ่งสั่นด้วยความหงุดหงิด
"ไอ้บ้า! จำไว้นะ นายชนะได้เพราะฉันไม่ได้ใช้มานา! ถ้าสู้กันอย่างยุติธรรม นายอยู่ได้ไม่ถึงวินาที!"
นักซ์ยิ้ม
"เอ็งนี่หนะ จำไว้ เอ็งพูดแบบนี้ได้ก็เพราะเป็นผู้บ่มเพาะระดับ Master ถ้าเอ็งเป็นแค่ผู้บ่มเพาะระดับ Advance เอ็งอยู่ได้ไม่ถึงวินาทีเหมือนกัน!"
"..."
แคนดิซเงียบไป มองนักซ์ด้วยสีหน้าเซื่องซึม
"คำพูดของนายมันมีเหตุผลตรงไหน? มีประโยชน์อะไรที่จะพูดเรื่องนี้ตอนที่ฉันเป็นผู้บ่มเพาะระดับ Master อยู่แล้ว?"
"เป๊ะเลย"
นักซ์พยักหน้า
แคนดิซหน้ามุ่นด้วยความสงสัย แต่ไม่นานเธอก็เข้าใจสิ่งที่นักซ์กำลังจะพูด
เส้นเลือดขึ้นบนหน้าผากขณะที่เธอตะโกนด้วยความหงุดหงิด
"ไอ้—ไอ้บ้า! สองเงื่อนไขมันต่างกันนะ!
ในการต่อสู้ของเรา ฉันต่างหากที่กั้นตัวเองไว้!
ส่วนการบ่มเพาะนั้น นายไม่ได้ถูกบังคับให้กั้นตัวเอง นายแค่ไม่มีพรสติ!
เราไม่เหมือนกัน!"
"ก็จริง เราไม่เหมือนกัน"
นักซ์ยอมรับ
แคนดิซยิ้มออกมา แต่ก่อนที่จะได้ดีใจกับชัยชนะ นักซ์ก็พูดต่อ
"แต่ฉันไม่ใช่คนที่กราบไหว้ต่อหน้าคนทั้งราชันวิทยาลัยแล้วถูจมูกกับพื้นนะ"
"ไอ้—ไอ้—ไอ้—ไอ้บ้า!"
แคนดิซคำรามด้วยความโกรธ แล้วกะทันหัน
"ฮาฮาฮาฮ่า~" เสียงหัวเราะอันแจ่มใสดังขึ้นมา
นักซ์ขมวดคิ้วแล้วสายตาก็ตกไปที่ชายหัวล้านที่ยืนอยู่ข้างหลังแคนดิซและกำลังหัวเราะไม่หยุด
"อา—อาจารย์! หยุดหัวเราะสักที!" แคนดิซร้องด้วยความอาย
"ฮาฮาฮ่า~" แต่ชายที่เธอเรียกว่าอาจารย์กลับยังหัวเราะต่อไป และหลังจากหัวเราะไปพักใหญ่ๆ จึงค่อยสงบลง
"ฉ—ฉันไม่เชื่อเลยว่ามีคนจัดการลูกศิษย์ของฉันได้ง่ายขนาดนี้ทั้งที่ตัวอ่อนกว่าเธอ
ดูปฏิกิริยาของเธอแล้วมันตลกดีนะ ฮาฮาฮ่า~"
นักซ์มองชายคนนั้นแล้ว ดวงตาสีทองของเขาก็เปล่งประกายสว่าง
[ชื่อ: เอลิยาร์ด คิงสัน]
[อายุ: 173]
[การบ่มเพาะมานา: King]
[การบ่มเพาะกาย: Mortal]
[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]
[อาชีพ: อธิการบดีแห่งราชันวิทยาลัย]
[พรสติ: สูง]
[เลเวล: 62]
[พลังชีวิต: 720/720]
[พลังมานา: 1420/1420]
[พละกำลัง: 70]
[ความว่องไว: 78]
[ความแข็งแกร่ง: 72]
[ความอดทน: 72]
[สติปัญญา: 142]
[พลังป้องกัน: 64]
…
'อ้อ งั้นนายก็เป็นอาจารย์คนใหม่ของเธอ' นักซ์เข้าใจทันที
ชายคนนี้คืออธิการบดีแห่งราชันวิทยาลัย ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งระดับเทียบเท่าราชาและเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบันแห่งนี้
แต่...
'หืม... จะพูดยังไงดีนะ...
น่าผิดหวังไปหน่อยเลยนะ...?'
นักซ์คิดอยู่ในใจ
เขานึกว่าผู้บ่มเพาะระดับ King น่าจะแข็งแกร่งกว่าชายคนนี้อีกสักหน่อย แต่เขาคิดผิด
'ระดับ Emperor ก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเหรอ?'
นักซ์คิดในใจ แต่ไม่นานคำเตือนของอามายาก็ดังสะท้อนอยู่ในหัว
'จักรพรรดินั้นต่างออกไป'
สายตาของนักซ์เด่นจริงจังขึ้น เขาไม่ควรประมาทเกินไปและควรยึดแผนที่วางไว้
ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร
"อ้อ ขอแนะนำตัวหน่อย ฉันเอลิยาร์ด คิงสัน อธิการบดีของราชันวิทยาลัย"
เอลิยาร์ดแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม เขาเป็นชายสูง 1.8 เมตร รูปร่างใหญ่โต ตาสีน้ำตาล จมูกตรง คิ้วบาง และไม่มีเส้นผมบนศีรษะ
เขาสวมเสื้อโค้ทสีม่วงหรูหราและมองนักซ์ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
"อ้อ ขอคาราวะท่านอธิการบดี" นักซ์ก้มหัวเล็กน้อยและทักทาย
"อืม และฉันก็เป็นอาจารย์คนใหม่ของหนูคนนี้ด้วย" เอลิยาร์ดชี้ไปที่แคนดิซแล้วบอก
"ขอแสดงความเสียใจด้วย"
นักซ์ก้มหัวราวกับเขาเศร้าจริงๆ แทน
ปากของแคนดิซกระตุกอีกครั้ง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบโต้ เอลิยาร์ดก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
"ฮาฮาฮ่า~ ไม่ไม่ ไม่ต้องเสียใจหรอก ตรงกันข้าม เธอเป็นเพชรหายากที่ดูดซับทุกอย่างเหมือนฟองน้ำ
เธอจะเป็นผู้บ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ฉันภูมิใจที่ได้เป็นอาจารย์ของเธอ"
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของแคนดิซ
"อ้อ ฉันก็แน่ใจว่ามันจะเป็นแบบนั้น" นักซ์พยักหน้า
แต่ดูจากท่าทางที่เฉยเมยและไม่เป็นธรรมชาติของเขา แม้แต่เด็กก็ยังรู้ว่าเขาแกล้งทำ
"ฮึ่ม! อาจารย์อาร์วีน่าสอนฉันไม่ดีเอง ไม่งั้นฉันคงไม่แพ้นายหรอก!"
แคนดิซสูดจมูกเฮือด
"ขอแสดงความเสียใจด้วย"
นักซ์หันไปทางเอลิยาร์ดและก้มหัวอีกครั้ง
"เห? ทำไมล่ะ?" เอลิยาร์ดขมวดคิ้ว
"ดูจากนิสัยของเธอ ฉันแน่ใจว่าหนูคนนี้จะท้าสู้กับฉันอีกแน่ๆ แล้วพอแพ้ เธอก็จะพูดเหมือนเดิมอีก
'ฮึ่ม! อาจารย์เอลิยาร์ดสอนฉันไม่ดีเอง ไม่งั้นฉันคงไม่แพ้นายหรอก!'
ฉันแค่หวังว่าท่านอธิการบดีจะไม่เสียใจจนหัวใจสลายเท่านั้นแหละ"
นักซ์เอ่ยเบาๆ และใบหน้าของแคนดิซก็แดงก่ำด้วยความโกรธ
ไอ้บ้าตัวนี้เก่งเรื่องกวนประสาทจริงๆ
"ไอ้บ้า! นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง! อาจารย์อาร์วีน่าสอนฉันแค่ท่าเดียวแล้วบอกให้ฉันฝึกซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ!
คนบ้าแบบไหนถึงไปฝึกซ้อมสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่แล้วเรื่อยๆ จ๊ะ!
จะพัฒนาได้ยังไงแบบนั้นล่ะ!?"
แต่นักซ์แค่ส่ายหัว
"เปล่า เอ็งแค่ไม่เก่งพอ"
"เห?" แคนดิซขมวดคิ้ว
"ฉันเริ่มฝึกกับอาจารย์เมื่อวาน แล้วเธอสอนฉันไปแล้ว 3 ท่า"
"หะ—เห?" ตาของแคนดิซเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"เอาล่ะ พวกเรามานี่ไม่ใช่เพื่อมาเปรียบเทียบอาจารย์สองคนหรอก" อธิการบดีเข้าแทรกขึ้น จากนั้นจึงหันมาทางนักซ์และถาม
"นักซ์ ลีแอนเดอร์ ฉันมานี่เพื่อถามนาย
นายอยากจะเป็นศิษย์์ส่วนตัวของฉันด้วยไหม?"