"อ๊ากกกก!!!"
'ข้าจงรักภักดี!'
'ข้าจงรักภักดี!'
'ข้าจงรักภักดี!'
'ข้าจงรักภักดี!'
นายพลตะโกนอยู่ในใจ และในที่สุด ความเจ็บปวดทรมานที่เขารู้สึกก็ทรุดลง
"ฮา... ฮา... ฮา..."
นายพลสูดหายใจเข้าลึก พร้อมกันนั้นก็มองชายตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวล้วนๆ
"หวังว่าท่านจะเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองแล้วนะ ท่านเห็นไหม มันจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นทั้งสำหรับข้าและสำหรับท่านด้วย"
นักซ์ยิ้มเบาๆ
"นี่มัน... เวทมนตร์อะไร..."
อาร์มันโด้ทนถามไม่ได้
"ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่าความเจ็บปวดที่ท่านรู้สึกเมื่อกี้จะกลับมาในวินาทีที่ท่านคิดจะทรยศข้า ระวังสิ่งที่ท่านคิดไว้ให้ดี เข้าใจหรือไม่?"
นักซ์ขู่
"ข-ขอรับ"
ร่างของอาร์มันโด้สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวและพยักหน้า
เห็นท่าทางแบบนั้น นักซ์ก็ยิ้ม
'อามาย่า เธอเป็นอัจฉริยะเลยนะ'
เขาชม
'บอกท่านแล้วว่ามันจะได้ผล'
อีกไม่นาน เขาได้ยินเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิและพอใจ
'หลังจากถูกคนสนิทที่สุดคนหนึ่งทรยศ สภาพจิตใจของนายพลอยู่ในสภาพยับเยินอยู่แล้ว การได้พบสัตว์ประหลาดอย่างท่านที่มีสัมพันธ์กับธาตุทั้งสี่เป็นอีกหนึ่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเขา แล้วสภาพจิตใจก็ยิ่งถดถอยลงไปอีกเมื่อถูกปราบโดยผู้บ่มเพาะระดับ Expert Stage การตัดเส้นทางหนีทุกทางเป็นอีกหนึ่งคมตอก ตอนนี้เขาหมดหวังแล้ว
'ข้าจะถูกทรมานไปตลอดชีวิต เหมือนลูกน้องของข้าที่ถูกทรมานมาตลอด 5 ปี' เมล็ดแห่งความหวาดกลัวถูกหย่อนลงในจิตใจของเขา
'แต่ไม่ว่ายังไง ตอนท้ายเขาก็ยังเป็นนายพลที่มีจิตใจแข็งแกร่ง แค่นี้ยังไม่พอที่จะทำให้เขายอมแพ้ ดังนั้นขั้นสุดท้ายคือโอกาส
'เขาจะทำอะไรเมื่อติดกับองค์กรที่โหดร้ายและลึกลับที่ไม่มีใค่รู้จัก? เขาจะกลายเป็น "ฮีโร่" เขาจะ "ยอมจำนน" ต่อองค์กรนั้นและเข้าร่วมโดยมีเป้าหมายอยู่ในใจ เป้าหมายในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรนั้นแล้ววางแผนต่อต้าน
อามาย่าอธิบาย แล้วรอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏบนใบหน้าของนักซ์
'เหอะ "ฮีโร่" อะไรของนาย มันอาจฟังดูน่ายกย่องจากมุมมองคนนอก แต่มันไม่ใช่แค่เขาพยายามหลีกเลี่ยงการถูกทรมานหรอกหรือ?'
อามาย่ายิ้ม
'ถูกต้อง ไม่ว่าจะถูกฝึกมาดีแค่ไหน ไม่มีใคร "ชอบ" ถูกทรมานหรอก แต่คนแบบนายพลจะไม่ยอมจำนนแค่เพราะกลัวหรอก หลายปีที่อยู่ในกองทัพไม่ยอมให้ทำแบบนั้น
'พวกเขาต้องการเหตุผล'
นักซ์พึมพำ
'และนั่นคือทั้งหมดที่ท่านต้องทำเพื่อใช้เวทมนตร์ของท่าน'
อามาย่ายิ้ม
'ไม่อยากเชื่อว่าเธอคิดออกแบบนี้ได้'
นักซ์ชม
'มันไม่เห็นชัดตั้งแต่แรกเหรอ? ข้าเก่งกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ของท่านทุกคน ดังนั้น... อย่ากล้าทิ้งข้านะ?'
ดวงตาของอามาย่ายิ่งมืดลงไปอีก และรอยยิ้มกว้างน่าขนลุกปรากฏบนใบหน้าเธอ
มันน่ากลัวจริงๆ แต่ว่า
'หือ? ทิ้งเธอ? อามาย่า ข้าจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเธอ? เธอคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ? คนรักของข้า ข้าจะไม่ไปไหนแม้แต่เธอจะขอให้ไปก็ตาม อามาย่า สายฟ้าตก เธอติดกับข้าแล้ว'
รอยยิ้มน่าขนลุกแบบเดียวกันก็ปรากฏบนใบหน้าของนักซ์เช่นกัน
จะจัดการกับสายหวงครอบครองเกินเลยอย่างอามาย่ายังไง? แสดงความเป็นเจ้าของ ความเป็นเจ้าของที่รุนแรงกว่าของเธอ
'เฮเฮ่~'
วิธีของนักซ์ได้ผล และรอยยิ้มสวยงามก็ปรากฏบนใบหน้าของอามาย่า
'ท่านควรกลับเร็วๆ นะ~ ข้ามีอะไรอยากให้ท่านดู~'
อามาย่าพึมพำ
'เหอะ อย่าพูดแบบนั้นสิ ข้าอาจทิ้งภารกิจกลางคันได้นะ'
นักซ์หัวเราะ
'ข้ารักเธอ'
'ข้าก็รักท่าน'
นักซ์ยิ้ม แล้วหันไปมองนายพลที่นอนอยู่บนพื้น ดูเหนื่อยและหวาดกลัว
"เอาล่ะอาร์มันโด้ อย่างที่ข้าบอกตั้งแต่แรก มีเรื่องสำคัญกว่านี้อีกมากที่ข้าต้องทำ มากกว่าการนั่งอยู่ที่นี่เปื้อนเลือดและเหงื่อกับพวกผู้ชายอย่างท่าน งั้นเริ่มกันเลย ข้าจะถามคำถามและท่านตอบ ชัดไหม?"
"ข-ขอรับ ท-ท-ท่านนาย"
"เอาล่ะ คำถามแรก ข้าได้ยินมาว่า เมื่อหนึ่งปีก่อน วันใดวันหนึ่ง ความปลอดภัยภายในอาณาจักรแผ่นดินทึบกลายเป็นเข้มงวดขึ้นอย่างกะทันหัน ทหารยามไม่รับสินบนอีกแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว ขุนนางไม่กล้าทำเรื่องอันตรายอีกต่อไป อาชญากรทุกคนถูกประหารโดยไม่ไว้ชีวิต โดยรวมแล้วสถานการณ์ทั้งอาณาจักรแผ่นดินทึบเปลี่ยนไปหมด เกิดอะไรขึ้น? พวกท่านทำอะไร? และมันเกิดขึ้นได้ไวขนาดนี้ได้ยังไง?"
นักซ์ถาม
"มันเริ่มจากผู้บริหารระดับสูง"
นายพลตอบ
"หือ?" นักซ์ขมวดคิ้ว แล้วดวงตาก็เย็นชาลง
"ตอบให้ดีกว่านี้ อธิบายให้ดีกว่านี้"
เขาสั่ง
"มันเริ่มจากกษัตริย์ กษัตริย์เข้มงวดขึ้นและสั่งการทุกอย่าง และการประหารก็ง่ายดาย ถ้าใครไม่เชื่อฟังคำสั่งของกษัตริย์ จะถูกประหารทิ้ง"
"และเหมือนกษัตริย์จะตั้งใจทำเป็นตัวอย่าง หัวหน้าตระกูลดยุคถูกประหารเพราะไม่ถือคำสั่งของกษัตริย์อย่างจริงจัง"
นักซ์หรี่ตาด้วยความสงสัย
ดยุคต่างจากขุนนางคนอื่น พวกเขามีเลือดราชวงศ์ไหลเวียนอยู่ในกาย ดังนั้นพวกเขาจึงมีอำนาจที่แข็งแกร่ง อำนาจที่แม้แต่ราชวงศ์ก็ต้องคำนึงถึง
การประหารดยุค...
มันไม่ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ฉลาดเลย...
"มีผลกระทบอะไรตามมาหรือไม่?" นักซ์ถาม
"ไม่มี"
อาร์มันโด้ตอบ แล้วก็พูดต่อ
"หลังเหตุการณ์นี้ ขุนนางคนอื่นๆ ก็ถือคำสั่งของกษัตริย์อย่างจริงจัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มาจากตระกูลขุนนาง พวกเขาก็เลิกเอาแต่ใจตัวเองด้วย และพอเห็นพวกเขา เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีภูมิหลังขุนนางก็เปลี่ยนไปด้วย
ทหารยามและคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาเข้มงวดขึ้น และบทลงโทษสำหรับความผิดก็โหดร้ายขึ้น พวกเขาจึงเปลี่ยนไปด้วย
จากบนสุดไปจนถึงตำแหน่งต่ำสุด ทุกคนเปลี่ยน และนั่นคือวิธีที่อาณาจักรแผ่นดินทึบเปลี่ยนไป"
อาร์มันโด้ตอบ
นักซ์คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วคำถามอีกข้อก็ผุดขึ้นในหัว
"แล้วนายพลคนอื่นๆ ล่ะ ข้าสังเกตว่าพวกเขาไม่ใช่คนของอาณาจักรแผ่นดินทึบ แต่มาจากนิกายและกลุ่มนักผจญภัยต่างๆ ท่านรับพวกเขามายังไง?"
"นั่นเป็นการกระทำของลอร์ดเฮอร์มีส"
"หือ? เฮอร์มีส? นั่นใคร? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อน"