"ผมได้มาจากนายพลอาร์มันโด้"
นักซ์ตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้า
"นายพลอาร์มันโด้?"
เอมเบอร์เลิกคิ้ว แล้วเธอถามว่า
"ทำไมเขาถึงให้ของสำคัญขนาดนี้กับเธอ?"
เห็นปฏิกิริยาของเธอ นักซ์หัวเราะคิกคัก
"ความลับ"
เขาตอบ
"…"
เอมเบอร์ยังคงมองนักซ์โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
สิ่งที่เธอต้องการนั้นชัดเจน แต่
นักซ์ไม่ยอมปล่อย
"เชื่อผมเถอะ ผมจะไม่ทรยศเธอ"
เขาพูดแค่คำนี้
เอมเบอร์เลิกคิ้วขึ้นอีก แล้วเริ่มคิดทบทวน
สามนาทีต่อมา เธอเลิกมองนักซ์ แล้วเริ่มอ่านเอกสารที่นักซ์ยื่นให้
ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ สีหน้าเธอยิ่งจริงจังมากขึ้นเท่านั้น
"พวกทหารคนอื่นๆ นี้ก็เป็นสมาชิกของนิกายหรือกลุ่มนักผจญภัยเหมือนกันหรือ?"
เธอถาม
"ใช่ นี่เป็นเหตุผลที่กองทัพของพวกเขามีผู้บ่มเพาะฝีมือเข้มแข็งมากมาย
กองกำลังที่พวกเขาเสียไปในสงครามกับเราไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับพวกเขาเลย
นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาไม่สะทกสะท้านตอนที่แพ้
เทียบกับสิ่งที่พวกเขามีอยู่ สิ่งที่พวกเขาเสียไปวันนั้นไม่ได้มีค่าอะไรเลย"
"ตามแผนของลอเรนซ์ก็เท่ากับฆ่าตัวตายสินะ…"
เอมเบอร์พึมพำพร้อมรอยยิ้มฝืนๆ บนใบหน้า
"จริงๆ แล้ว แม้ไม่ตามแผนของลอเรนซ์ ความพ่ายแพ้ของเธอก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างที่ผมบอก จักรพรรดิของพวกเขากำลังเคลื่อนไหว
จักรพรรดิต่างจากคนอื่นๆ ไม่ว่าเราจะใช้กลยุทธ์ที่เหนือกว่าแค่ไหนก็สู้พวกเขาไม่ได้
สิ่งที่เธอต้องทำคือขอความช่วยเหลือจากไดนาสต์ บอกพวกเขาเรื่องสถานการณ์นี้แล้วถอยออกมาโดยเร็วที่สุด"
นักซ์แนะนำ เอมเบอร์พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
"เธอพูดถูก เราสู้จักรพรรดิไม่ได้
ฉันจะส่งจดหมายไปหาท่านอีกฉบับแล้วขอความช่วยเหลือ"
"อืม นั่นจะดีที่สุด"
นักซ์พยักหน้า
เอมเบอร์มองนักซ์แล้วยิ้ม
"นักซ์ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เธอช่วยกองทัพของฉันจากความพ่ายแพ้อย่างหนักและการเสียสละที่ไม่จำเป็น ไม่ จริงๆ แล้ว ครั้งนี้เธอไม่ได้ช่วยแค่กองทัพฉัน แต่ยังช่วยชีวิตของตัวฉันเองด้วย
ฉันขอบคุณจริงๆ"
แล้วเอมเบอร์พูดต่อ
"ฉันเป็นหนี้บุญคุณเธอไปใหญ่เลยนักซ์ ถือเป็นการตอบแทน เธอจะขออะไรจากฉันก็ได้ ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันทำได้ ฉันจะทำให้"
เอมเบอร์มีนิสัยตรงไปตรงมา เรียบง่าย
เธอเหมือนนักรบที่ซื่อสัตย์และบ้าบิ่น
การเป็นหนี้บุญคุณคนอื่นเป็นเรื่องที่เธอไม่ชอบเลย เธอชอบที่จะให้สะสางให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
ตอนนี้เธอเป็นหนี้บุญคุณนักซ์ไปใหญ่ เธอจะทุ่มเทให้เต็มที่เพื่อตอบแทน
ไม่ว่าเขาจะขออะไร เธอจะทำให้สำเร็จ
แต่ทว่า
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก"
นักซ์ตอบพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า
"หา?" เอมเบอร์ขมวดคิ้ว
"นักซ์ เธออยู่กับฉันมาสักพักแล้ว เธอน่าจะรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่จะลืมบุญคุณ
ฉันต้องตอบแทนเธอ"
สีหน้าของเอมเบอร์ตอนนี้จริงจังมาก
แต่นักซ์แค่หัวเราะคิกคัก
"ผมว่าเธอยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูดนะ นายพลเอมเบอร์"
"หา?"
"ผมไม่ได้บอกว่าจะลืมหรือยกเลิกบุญคุณนี้นะ สิ่งที่ผมทำตอนนี้คือเก็บสะสมมันไว้
ฮีฮี~ ผมแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เธอจะต้องการความช่วยเหลือจากผม เธอจะเป็นหนี้ผมต่อไปในอนาคตด้วย"
แล้วนักซ์ลุกจากเก้าอี้และเดินเข้าหาเอมเบอร์ ใบหน้าของเขาใกล้กับเธอจนจมูกของทั้งคู่แตะกัน นักซ์พูดต่อด้วยน้ำเสียงยั่วยวนสุดๆ
"แผนของผมคือเก็บสะสมบุญคุณเหล่านี้ไปเรื่อยๆ จนมันหนักขนาดที่ว่าพอผมขอสิ่งที่ผมต้องการ
เธอจะไม่ปฏิเสธผม ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม~
นายพลเอมเบอร์ วินด์สตาร์ ผมจะลงมือก็ต่อเมื่อมั่นใจอย่างยิ่งว่าเธอหนีจากกับดักของผมไม่ได้แล้ว"
เอมเบอร์มองตาสีทองของนักซ์ด้วยสีหน้าเหม่อลอย
อย่างไรก็ตาม อีกสักครู่ เธอฟื้นสติขึ้นมาแล้วยิ้ม
"เธอทำให้ฉันรู้สึกกังวลเลยนะเด็กหนุ่ม
ยิ่งเธอ 'สะสม' บุญคุญนี้มากเท่าไหร่ ฉันยิ่งสงสัยมากขึ้นเท่านั้น
สิ่งที่เธอต้องการถึงขนาดนั้นคืออะไร ถึงต้องสะสมบุญคุณขนาดนี้?
ฉันจะเสียอะไรถ้าให้สิ่งที่เธอต้องการ?
คำถามแบบนี้มันทำให้ฉันกลัวนะเด็กหนุ่ม"
เห็นว่าไม่สามารถทำให้เธออายจนหน้าแดงได้ นักซ์ถอยออกมาด้วยสีหน้าผิดหวัง
แล้วเขาส่ายหัวและพึมพำ
"จิ๊บ จิ๊บ นายพลเอมเบอร์ วินด์สตาร์ผู้น่าสะพรึงกลัว อัจฉริยะที่มีสัมพันธ์กับธาตุถึงสองชนิด กลัวคำขอของเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี เฮอ ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้ หูพวกเขาอาจหลุดตกก็ได้"
รอยยิ้มล้อเลียปรากฏบนใบหน้าของเอมเบอร์ขณะที่เธอหันไปหาไธรา
"อ้า~ ไม่ใช่ 'คนอื่น' ก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้วหรือ?"
"ฉันไม่ใช่ 'คนอื่น' หนอยหี ฉันใกล้ชิดกับนักซ์มากกว่าที่เธอจะเป็นได้ตลอดกาล"
คำตอบของไธราเร็วราวสายฟ้า
"ฮาฮาฮ่า~"
เอมเบอร์หัวเราะคิกคัก แล้วเธอลุกขึ้นยืน
"ได้เลยนักซ์ ฉันจะมาพบเธอเร็วๆ นี้"
"ผมรอเรื่องนั้นอยู่" นักซ์ยิ้ม
นักซ์และไธราออกจากเต็นท์
…
"รองนายพลไธรา"
กลางดึก ทหารคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าเต็นท์ของไธราและตะโกนเรียก
"มีอะไร?" อีกครู่หนึ่ง ไธราเดินออกมาแล้วถาม
"ขออภัยที่รบกวนการพักผ่อนของท่านรองนายพล แต่นายพลเรียกตัวท่าน เป็นเรื่องด่วน"
ทหารรายงาน
"หา?"
ไธราขมวดคิ้ว
เธอไม่เข้าใจการกระทำของเอมเบอร์ แต่เมื่อทหารบอกว่าเป็นเรื่องด่วน เธอจึงไม่คิดมากและพยักหน้า
"ได้ รอฉันสักครู่"
ไธราเข้าไปในเต็นท์ และอีกครู่หนึ่ง เธอกลับออกมาพร้อมนักซ์เดินตามหลัง
"พาฉันไป"
เธอสั่ง แต่ทหารส่ายหัว
"รองนายพลไธรา นายพลบอกเป็นการเฉพาะว่าท่านต้องไปคนเดียว"
ได้ยินคำนั้น นักซ์และไธราขมวดคิ้ว
ไธรามองนักซ์ และอีกฝ่ายพยักหน้า
'ถ้าเกิดอะไรขึ้น เรียกผมให้เร็วที่สุด'
'ไม่ต้องห่วง'
ไธราพยักหน้าให้ทหาร แล้วทั้งสองเดินจากไป
'ทำไมเธอถึงเรียกไธราไปคนเดียว?'
นักซ์คิดอยู่ในใจ แต่แล้วเขาก็ส่ายหัวและกลับเข้าเต็นท์
'ผมแน่ใจว่าเธอจะไม่ทำร้ายไธรา'
ด้วยความคิดนั้น นักซ์หลับตาและผลอยหลับไป
"!!!"
แต่อีกไม่นาน นักซ์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตรงเมื่อใบมีดเย็นเฉียบของมีดสั้นแตะที่คอเขา