“คุณตื่นแล้ว”
พลเอกฟอรัสเอ่ยขึ้นขณะมองชายที่นอนอยู่บนเตียง
“ผ-ผมตื่นแล้ว…”
คีฟหันไปทางฟอรัสแล้วตอบ
“ทำไมพวกคุณสองคนถึงอยู่ที่นี่”
เขาถาม
“ก็…พวกเราแค่อยากจะมาดูอาการพวกคุณทุกคน”
อิเรียตอบ
คีฟจึงหันมองรอบแล้วพบว่าผู้ฝึกฝนระดับราชาอีก 5 คนของหน่วยเงาก็นอนอยู่บนเตียงอื่นๆ เช่นกัน
รอยยิ้มฝืนๆ ปรากฏบนใบหน้าเขา
“พวกเราแพ้จริงๆ สินะ…”
“อย่าลงโทษตัวเองมากไป ชายคนนั้นมันปีศาจจริงๆ” ฟอรัสที่เข้าใจสิ่งที่คีฟกำลังคิดเอ่ยขึ้น อิเรียที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาก็พยักหน้าด้วย
คีฟหัวเราะเบา
“ผมรู้ ผมเคยเผชิญมากับตัวเอง”
“ผมมีคำถามอยู่สองสามข้อที่อยากถาม จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งถ้าคุณตอบได้ แน่นอนว่าถ้าคุณเหนื่อยและไม่อยากตอบตอนนี้ ผมก็มาภายหลังได้”
ฟอรัสเอ่ย
“เกี่ยวกับการต่อสู้หรือเปล่า” คีฟถาม
“ใช่ ถูกต้อง” ฟอรัสพยักหน้า
“ผมก็อยากพูดกับใครสักคนเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้เหมือนกัน ก็เชิญถามได้เลย” คีฟยิ้ม
“ทำไมคุณถึงไม่โจมตีเขา” ฟอรัสถาม
คิ้วขมวงปรากฏบนใบหน้าคีฟขณะเขาถามกลับไป
“คุณกำลังพูดอะไรอยู่”
“ตอนที่เขากำลังสลายลูกน้องคุณอยู่ ทำไมคุณถึงไม่โจมตีเขา คุณกำลังจะปล่อยให้เขาง่ายหรือไง ทำไมคุณทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นเขา”
ฟอรัสถามและคิ้วขมวงของคีฟก็ยิ่งขมวดเข้า
“ผมไม่เข้าใจคุณพูดอะไร ผมยอมรับว่าตอนแรกผมคิดจะเบาให้เขาสักหน่อย แต่พอเขาจัดการผู้ฝึกฝนระดับราชา 3 คนตั้งแต่ต้น ผมก็เลิกคิดแบบนั้นแล้ว”
“…”
พลเอกฟอรัสเงียบไปและขมวงคิ้ว
เขาไม่เข้าใจสิ่งที่คีฟกำลังพูด
ทันใดนั้นอิเรียก้าวเข้ามาและถาม
“คุณจำได้ไหมตอนที่พวกคุณออกมาจากเต็นท์และเริ่มตามหาเขา”
“จำได้”
คีฟพยักหน้า
“ชายคนนั้นกำลังโจมตีลูกน้องคุณอยู่ ทำไมคุณถึงไม่โจมตีเขา” อิเรียถาม
“หา? คุณคิดว่าผมไม่อยากหรือไง ผมแค่ทำไม่ได้เพราะเขาเคลื่อนไหวแอบแฝงและพวกเราหาตัวเขาไม่เจอ”
คีฟแย้ง
อิเรียและฟอรัสขมวงคิ้ว
เห็นปฏิกิริยาของพวกเขาแล้ว คีฟก็ขมวงคิ้วเช่นกัน
“ทำไมพวกคุณสองคนถึงแสดงท่าทางแบบนั้น”
“เขา…เขาอยู่ตรงหน้าคุณต่างหาก…”
อิเรียเผย
“คุณกำลังพูดเรื่องอะไรของคุณอยู่”
“ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว เขาผ่านไปหน้ารีฟและวิสเตนด้วย แต่พวกคุณทุกคนทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นเขา ไม่ใช่แค่คุณ สมาชิกหน่วยเงาคนอื่นๆ ก็ทำตัวแปลกๆ เช่นกัน”
“พวกเขาวิ่งไปมาพยายามหาเขา ทั้งที่เขาเดินผ่านหน้าพวกเขาตลอด เขาแค่ตามคนที่เข้าไปในเต็นท์เพื่อ ‘หาตัวเขา’ แล้วก็สลายคนเหล่านั้นก่อนจะออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ผมไม่เข้าใจ…”
คีฟคิดว่าพวกเขาสองคนกำลังล้อเลียนเขา แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของพวกเขา เขาก็รับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องแบบนั้น
“แสดงว่าคุณบอกว่าคุณมองไม่เห็นเขา?” อิเรียถาม
“ใช่ พวกเรามองไม่เห็น ในการต่อสู้ทั้งหมด พวกเราเห็นเขาก็ต่อเมื่อใช้แผนขั้น O เท่านั้น ก่อนหน้านั้นพวกเราไร้หนทาง”
“งั้น…พวกเราเห็นเขาได้ยังไง…”
ฟอรัสถามขึ้นเสียงดัง
“มันเป็นแค่ภาพลวงตาหรือเปล่า”
อย่างไรก็ตามอิเรียส่ายหัว “ไม่ มันไม่ใช่ภาพลวงตา ฉันแน่ใจ ทุกครั้งที่เขาออกมาจากเต็นท์ ทหารข้างในก็ถูกสลาย ภาพลวงตาทำอย่างนั้นไม่ได้”
“…” คีฟไม่รู้จะพูดอะไร
ในใจเขา ภาพการเผชิญหน้ากับชายคนนั้นและวิธีที่เขาเอาชนะพวกเขาได้อย่างไม่ยากเย็นยังคงวนซ้ำอยู่
ยิ่งคิดเท่าไร เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น
พวกเขา หน่วยเงา หน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก… กลับถูกปั่นราวกับเป็นแมลงวัน แถมยังเป็นต่อหน้าผู้หญิงที่พวกเขาเคารพนับถือทุกคนอีกต่างหาก—
รอเดี๋ยว…
“ท่านหญิงอัสตาเรียอยู่ที่ไหน”
ทันใดนั้นคีฟถามขึ้น
“ท่านอยู่กับชายคนนั้น”
ฟอรัสตอบ
คีฟกำปั้นแน่นแล้วยิ้มเศร้าๆ
‘ท่านคงไม่เสียเวลามาพบคนแพ้หรอกมั้ง’
“เขาหมดสติหลังการต่อสู้ ดูท่าจะหนักกว่ากรณีของคุณ ท่านจึงดูเป็นห่วงสักหน่อย” ฟอรัสอธิบาย
“เขา…เขาหมดสติหรือ?” คีฟถาม
“ใช่” ฟอรัสพยักหน้า
ได้ยินเช่นนั้น ไม่ทราบเพราะเหตุใด รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าคีฟ
‘อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ได้แพ้ย่ำแย่ขนาดนั้น แม้เขาก็ต้องออกแรงเต็มที่และบีบตัวเองเกินขีดจำกัดถึงจะชนะพวกเรา’
ราวกับรู้สึกได้ถึงสิ่งที่เขากำลังคิด อิเรียเอ่ย
“ใช่ หลังจากที่เขาดูเหมือนจะบีบตัวเองเกินขีดจำกัดตอนสู้กับท่านหญิงอัสตาเรียแล้วหมดสติไป”
“หา? ฮ-เขาส-สู้กับท่านหญิงอัสตาเรียหรือ?”
ดวงตาของคีฟเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ใช่…”
สีหน้าของฟอรัสเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ผ-ผลเป็นยังไง…?”
คีฟถาม
“คุณต้องถามด้วยหรือ?” อิเรียถามกลับ
“ฮ่า… ฮ่าๆ… ฮ่าๆๆๆ… ก็จริง ผมไม่ต้องถามก็ได้… ท่านหญิงอัสตาเรียชนะสิ… ไม่ใช่หรือ คงเป็นการต่อสู้ที่ง่ายสำหรับท่าน”
“ชายคนนั้นไม่มีทางสู้กับท่านได้หรอก…”
“แล้วเขายืนหยัดกับท่านได้นานแค่ไหน?”
“5 วินาทีหรือเปล่า สัก 10 วินาทีไหม?”
คีฟถาม
“…”
ฟอรัสและอิเรียหันมามองกันและไม่ตอบ
เห็นปฏิกิริยาของพวกเขา ดวงตาของคีฟเบิกกว้างด้วยความตกใจขณะเขาคิดถึงความเป็นไปได้อันเหลือเชื่อ
“เ-เฮ้ พวกคุณไม่ได้จะบอกว่าเขาช-ชนะหรอกใช่ไหม?”
“หา? ก็แน่นอนสิไม่ใช่! ท่านหญิงอัสตาเรียเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ท่านจะไปแพ้ชายคนนั้นได้ยังไง อย่าพูดเรื่องไร้สาระสิ!”
ฟอรัสแย้ง
“จ-จริง ผมผิดเอง ผม… สมองผมตอนนี้มันระส่ำระสาย ผมขอโทษ”
คีฟพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มโล่งอกบนใบหน้า
“แต่ว่า”
ทันใดนั้นสีหน้าของฟอรัสเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขณะเขาเผย
“เด็กคนนั้นกลับยังทำให้ท่านอาเจียเป็นเลือดและคุกเข่าลงได้”
“อะไรนะ!?”
ดวงตาของคีฟเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ค-ค-คุณล้อผมเล่นใช่ไหม?” เขาถามด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
ฟอรัสยิ้มฝืนๆ ขณะตอบ
“ผมก็อยากจะเป็นแบบนั้น… แต่…”
“ผมเสียใจที่ต้องบอกคุณคีฟว่า…”
“ความจริงก็คือ”
“ชายคนนั้นยั้งไม่ออกเต็มที่เวลาสู้กับพวกคุณ”