"ต่อจากวันนี้เป็นต้นไป,
ฉันจะเป็นพลเอกผู้บัญชาการรักษาการแทนพวกคุณทุกคน
มาทำลายกองทัพเอิร์ธโซลิดกันภายใน 2 สัปดาห์กันเถอะ"
เอมเบอร์ได้ประกาศสิ่งที่สะเทือนต่อใจออกไป
"อะ...อะไรนะ?"
"หล่...หล่อนพูดว่า 2 สัปดะ...สัปดาห์หรือเปล่า?"
"มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ?"
"คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า? พวกเขาทุกคนเป็นผู้บำเพ็ญสมาธิขั้นราชันย์นะ! รวมพลเอกวิดยุตเข้าไปด้วยก็เป็นผู้บำเพ็ญสมาธิขั้นราชันย์ 10 คน! ไอ้พวกเอิร์ธโซลิดจะมีกำลังมาสู้กับพวกเราได้ยังไงกัน"
"สงครามไม่เคยตัดสินด้วยความแข็งแกร่งของแต่ละบุคคล"
"ใช่เลย! การที่พวกเรามีผู้บำเพ็ญสมาธิขั้นราชันย์ 10 คนไม่ได้แปลว่าพวกเราจะเอาชนะกองทัพเอิร์ธโซลิดได้นะ อย่าลืมว่าพวกเขามีทหารมากกว่าพวกเราเป็นสองเท่าและระดับการบำเพ็ญสมาธิโดยเฉลี่ยของพวกเขาก็สูงกว่าด้วย"
"ชิ คุณมันแค่ไม่รู้เรื่อง คุณไม่รู้หรอกว่าผู้บำเพ็ญสมาธิขั้นราชันย์แข็งแกร่งแค่ไหน ลองคิดดูสิ ผู้บำเพ็ญสมาธิ 10 คนในระดับเดียวกับพลเอกวิดยุต พวกเราจะทำลายกองทัพเอิร์ธโซลิดได้แน่ๆ"
"แต...แต่ทำไมผู้หญิงจากอาณาจักรสกายฟอลถึงได้เป็นพลเอกของกองทัพเรา? เรามีพลเอกวิดยุตอยู่ไม่ใช่เหรอ?"
"ชู่ แค่ดูพลเอกวิดยุตสิ ท่านดูไม่มีอะไรคัดค้านเลย มันต้องเป็นข้อตกลงอะไรบางอย่างระหว่าง 2 ประเทศแน่"
"แต่อาณาจักรสกายฟอลก็ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับเราซะทีเดียวนี่"
"แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ศัตรูนะ ตั้งแต่ที่พวกเขาส่งผู้บำเพ็ญสมาธิขั้นราชันย์มา 9 คน พวกเขาก็เป็นผู้ช่วยชีวิตพวกเราแน่ๆ มันก็สมเหตุสมผลที่คนหนึ่งจะเป็นพลเอก"
"แต่..."
"เงียบ"
ในขณะที่ทหารยังคงคุยกันต่อไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา
ทหารหันไปทางเอมเบอร์ พลังออร่าที่น่าเกรงขามของนางทำให้พวกเขาต้องปิดปาก
'หืม?'
ทหารผ่านศึกบางคนรู้สึกว่าสถานการณ์นี้คุ้นเคย พวกเขาได้มองผู้หญิงผมดำแดงอีกครั้ง และภาพนั้นตรงกับผู้หญิงอีกคนที่ได้สร้างความประทับใจลึกซึ้งไว้ในใจของพวกเขา
"พลเอกเอมเบอร์?"
พวกเขาพึมพำออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทหารผ่านศึกทั้งหมดได้สบตากัน และผ่านการสื่อสารด้วยสีหน้า พวกเขาก็ยืนยันข้อสงสัยของตนได้แล้ว
ทหารทั้งหลายหรี่ตา
"พลเอกเอมเบอร์?"
พวกเขาทั้งหมดก็เริ่มพึมพำกันเองเช่นกัน
เห็นทัศนียภาพนี้แล้ว พลเอกช่วยและพลเอกวิดยุตก็หรี่ตา พวกเขาคิดว่าจะต้องเห็นการคัดค้านบางอย่างเมื่อท่านหญิงเอมเบอร์ประกาศตนเป็นพลเอก แต่...
นี่มันอะไรกัน?
ทหารพวกนี้ไม่ได้ยอมรับทุกอย่างง่ายเกินไปหน่อยเหรอ?
"ต่อจากนี้เป็นต้นไป ฉันจะเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง"
เอมเบอร์ดึงความสนใจของทุกคนกลับมาอีกครั้ง
"ตามที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ พวกเราจะทำลายไอ้พวกเอิร์ธโซลิดให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ตอนนี้ พวกคุณทุกคนอ่อนแอเกินไป
พูดตรงๆ นะ พวกคุณดูไม่เหมือนทหารเลย ตรงกันข้าม พวกคุณดูเหมือนขอทานมากกว่า"
"หา?" ทหาร พลเอกช่วย และแม้กระทั่งพลเอกวิดยุตก็หรี่ตา
แต่เอมเบอร์ก็ไม่ได้หยุด
"ใบหน้าที่ดูพ่ายแพ้นี้มันอะไรกัน? พวกคุณกล้าเรียกตัวเองว่าทหารได้ยังไงกัน ตอนที่ยืนห้อยไหล่อยู่แบบนั้น?
ยืนตัวตรงๆ สิ
ยืนเหมือนทหารผู้กล้าหาญที่พวกคุณเป็นสิ"
เอมเบอร์สั่ง
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ร่างกายของทหารก็ขยับเองโดยอัตโนมัติ และพวกเขาก็ปรับท่าทางของตนให้ถูกต้อง
"ใช่! แบบนั้นแหละ!
ถ้าฉันเห็นใครยืนแบบนั้นอีก ฉันจะฆ่าด้วยมือตัวเอง"
แม้เอมเบอร์จะด่าทหารทุกคน แต่ไม่มีใครพูดอะไรโต้กลับกับคำพูดเหล่านั้นเลย
ครั้งนี้ ไม่ต้องพูดถึงทหารผ่านศึกเลย แม้แต่ทหารธรรมดาก็ยังรู้สึกได้
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากพลเอกของพวกเขา
พลเอกเอมเบอร์ ผู้ที่นำพวกเขาและบรรลุสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ นางกลับมาแล้ว!
มีเพียงทหารที่ถูกรับเข้ามาหลังจากเอมเบอร์หายตัวไปเท่านั้นที่ไม่จำนางได้ แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนพ้องของตนมีท่าทีอย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจฝืนความตื่นเต้นและพลังงานประหลาดที่พุ่งขึ้นมาในใจได้
เห็นทัศนียภาพนี้ พลเอกวิดยุตหรี่ตา
'ท...ทำไมผมไม่เคยเห็นแววตาแบบนั้นในสายตาของพวกเขาเล่า?'
ท่านคิดในใจ จากนั้น ท่านได้มองเอมเบอร์ที่ยืนอยู่บนเวที มองทหารทุกคนด้วยสายตาที่น่าเกรงขามและก็ไม่อาจฝืนความสงสัยได้
'หล่...หล่อนเป็นใครกันแน่... ที่สามารถเปลี่ยนสายตาของทหารได้ด้วยคำพูดเพียงลำพัง...'
มีเพียงคนเดียวที่ผุดขึ้นในใจของท่าน
'รอก่อน...'
ทันใดนั้น ดวงตาของพลเอกวิดยุตเบิกกว้างด้วยความตกใจ
'ผมดำแดง... ตาแดง...
ไม่มีทาง... หล่อนไม่น่าจะ...'
"ต่อจากนี้เป็นต้นไป มีทหารเพียง 7,500 นายที่จะป้องกันกำแพงเท่านั้น! ทหารที่เหลือจะได้พักผ่อนและบำเพ็ญสมาธิ
ดูจากที่พวกคุณดูเหมือนคนตายแล้ว คงจะเป็นเดือนแล้วที่พวกคุณได้บำเพ็ญสมาธิครั้งสุดท้าย
แบบนี้ใช้ไม่ได้ ทหารของฉันต้องแข็งแกร่ง ฉันไม่ยอมรับความอ่อนแอ"
"หา?"
ได้ยินคำพูดของเอมเบอร์ พลเอกและพลเอกช่วยก็หรี่ตา
"อะไรนะ? ทหารแค่ 7,500 นายจะป้องกันทหาร 10,000 นายได้ยังไง?"
พลเอกช่วยชื่ออลัมได้ตั้งคำถาม
เอมเบอร์มองอลัมและหรี่ตา
"ทำไมจะทำไม่ได้? จงจำไว้ ตอนนี้พวกเรากำลังป้องกันดินแดนของตนเอง และเมื่อกำแพงของพวกเราแข็งแกร่ง กำลังพลที่ต้องการก็ลดลงอย่างมาก
แม้แต่ทหาร 3,000 นายก็เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้ ทหารยังอ่อนแอเกินไป ฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้จำนวนคนเยอะๆ"
"ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด เรเวนฮิลล์ก็เป็นแค่เมือง ไม่ใช่ป้อมปราการ คุณคิดว่าประตูจะยืนได้นานแค่ไหน?"
"ถ้าประตูพังลง คุณคิดว่าทหารจะมาทำหน้าที่เป็นประตูชั่วคราวหรือไร? การมีทหารเยอะขึ้นก็ไม่มีประโยชน์"
"แล้วถ้าแม่ทัพลาดตระเวนของเอิร์ธโซลิดสังเกตเห็นว่าพวกเราลดจำนวนลงแล้วตัดสินใจใช้ทหาร 30,000 นายทั้งหมดล่ะ?" อลัมถามกลับ
"หา? คุณพูดเรื่องอะไรอยู่? พวกเราอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าที่นี่ ถ้าพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอะไร พวกเราจะสังเกตเห็นก่อน
ถ้าพวกเขาใช้ทหารทั้งหมด พวกเราก็แค่ทำแบบเดียวกัน ฉันไม่ได้ส่งทหารอีก 7,500 นายไปที่อื่นนะ ฉันแค่สั่งให้พวกเขาพักเท่านั้น"
"..." อลัมเงียบไป
เอมเบอร์เข้าใจอย่างรวดเร็วว่าสถานการณ์กลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร แต่นางตัดสินใจไม่แสดงความคิดเห็นเรื่องนั้น
"ต่อจากนี้เป็นต้นไป ทหาร 5,500 นายจะสร้างความเสียหายให้ทหารศัตรู ทหาร 1,000 นายจะเก็บลูกธนู ทหาร 500 นายจะสู้กับศัตรูที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงได้ และทหาร 500 นายจะป้องกันประตูและส่งข้อมูลไปยังฐานทัพ
เข้าใจชัดเจนหรือไม่?"
"แค่...แค่ 500 นายที่จะสู้กับศัตรูที่ปีนขึ้นมาได้?" อลัมถามด้วยสีหน้าสงสัย
"พวกนั้นเป็นศัตรูที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงแล้ว พวกเขาก็เหนื่อยพอสมควรแล้ว และพื้นที่ตรงนั้นก็แคบด้วย การใช้คนเพิ่มเป็นแค่ความสูญเปล่าเท่านั้น"
เอมเบอร์อธิบาย
"เอาล่ะ ถ้าใครมีคำถามเพิ่มเติม ถามตอนนี้ได้เลย"
"พลเอกเอมเบอร์"
ทหารคนหนึ่งยกมือขึ้น
...
ช่วงถาม-ตอบเริ่มต้นขึ้น แต่ด้วยพลังออร่าของเอมเบอร์ ทหารไม่กี่คนที่กล้าถามคำถาม
ค่ำคืนลง และครั้งนี้ หน้าที่เฝ้าระวังได้รับมอบให้พลเอกวิดยุต พลเอกช่วย และรองพลเอก
ทหารที่เหลือได้รับคำสั่งให้นอนหลับ
วันต่อมา คำสั่งของเอมเบอร์ถูกนำไปปฏิบัติ การรบเริ่มต้นขึ้น แต่ต่างจากที่หลายคนกังวล ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
งานที่เคยทำโดยทหาร 15,000 นายตอนนี้ทำโดยทหาร 7,500 นาย ภายในเพียงวันเดียว เอมเบอร์เพิ่มประสิทธิภาพของกองทัพวูดส์เป็นสองเท่า
ทหาร 7,500 นายที่อยู่ด้านหลังยังคงพักผ่อนต่อไป ขณะที่บางคนเริ่มบำเพ็ญสมาธิ
วันต่อมา ทหารได้ถูกสลับกัน
สิ่งนี้ดำเนินต่อไป และเมื่อวันผ่านไป ทุกคนสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในกองทัพ
เมื่อถึงสิ้นวันที่ 4 ทหารได้ถูกเรียกตัวไปยังใจกลางเมืองอีกครั้ง